‘ตรีนุช‘ ดึงยูเนสโกร่วมพัฒนาการศึกษา
เมื่อวันที่ 11 เมษายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ. และคณะ ได้หารือความร่วมมือกับนาง Stefania Giannini ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ด้านการศึกษา ซึ่งตนได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการนำเด็กตกหล่นที่หลุดออกจากระบบการศึกษาที่มีมากกว่า 2 แสนคน กลับเข้าเรียน โดยทุกหน่วยงานได้ช่วยกันทุกวิถีทาง สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้อย่างเท่าเทียม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวให้ประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาได้เร่งนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีเด็กที่ยังหลุดจากระบบ และรอโอกาสในการเข้าเรียนอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวได้ขยายผลไปยังนักเรียนอาชีวศึกษาด้วย โดยได้จัดให้มีโครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ใน 87 วิทยาลัยทั่วประเทศด้วย
“นโยบายการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาของไทย เพื่อให้นักเรียนมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในศตวรรษที่ 21 มีอนาคตที่ดี และมีงานทำในอนาคต ซึ่งนาง Giannini กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความมุ่งมั่นของยูเนสโกที่จะผลักดันการดำเนินการเช่นกัน ปัจจุบันยูเนสโกกำลังจัดทำยุทธศาสตร์ด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (Draft Strategy for Technical and Vocational ที่มุ่งมั่นให้ประเทศสมาชิกได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวเช่นกัน” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ด้านนาง Stefania กล่าวว่า ขอชื่นชมความพยายามของไทย และกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการของไทยสอดคล้องกับจุดเน้นสำคัญของยูเนสโก ที่เร่งให้นำเด็กทั่วโลกได้กลับเข้าเรียน นอกจากนี้ ยูเนสโกยังสนับสนุนการพัฒนาทักษะของเด็กนักเรียนเพื่อการดำรงชีวิตและเพื่อการมีงานทำด้วย นอกจากนี้ ยูเนสโกได้กำหนดจัดการประชุมที่สำคัญๆ ตลอดปี 2565 อาทิ การประชุมก่อนการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา (Pre Summit Meeting on Education Transformation), การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการศึกษาผู้ใหญ่ ครั้งที่ 7 (CONFINTEA VII) ที่โมร็อกโก, การประชุมระดับโลกด้านการอุดมศึกษา (UNESCO World Higher Education) ในเดือนพฤษภาคม ที่สเปน เป็นต้น โดยหวังว่าไทยจะเข้าร่วมในการประชุมต่างๆ ที่จัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนนโยบายด้านต่างๆ ระหว่างกัน


