หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา สัมภาษณ์พิเศษ...

สัมภาษณ์พิเศษ : ประเสริฐ กลิ่นชู ปรับวิธีคิด ‘อาชีวะเอกชน’ รับมือวิกฤตโควิด-เด็กลด

14.04.22 | 10:51 น.

สัมภาษณ์พิเศษ : ประเสริฐ กลิ่นชู ปรับวิธีคิด ‘อาชีวะเอกชน’ รับมือวิกฤตโควิด-เด็กลด

จากกรณีที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 46 ประจำปี 2564 มีมติเลือก นายประเสริฐ กลิ่นชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) วาระ 2 ปี ระหว่างปี 2565-2566 แทน นายอดิศร สินประสงค์ ที่ดำรงตำแหน่งครบ 2 ปี

“มติชน” จึงถือโอกาสนี้ พูดคุยกับนายก สวทอ.คนใหม่ ถึงแนวทางการทำงาน และทิศทางการขับเคลื่อน “การอาชีวศึกษาเอกชน” เพื่อรับมือกับวิกฤตเด็กลดน้อยลง ขณะที่สถานศึกษามีเท่าเดิม หรือขยายเพิ่มมากขึ้น รวมถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

๐สถานการณ์ของสถานศึกษาอาชีวะในปัจจุบัน?
“ปัจจุบันประชากรในประเทศลดลงอย่างมาก เช่น วัยเด็ก แรกเกิด-14 ปี เมื่อ 10 ปีก่อน มีอัตราเกิดประมาณ 1 ล้านคน แต่ในปี 2564 มีอัตราการเกิด 544,570 คน ซึ่งถือเป็นอัตราต่ำอย่างมาก ในขณะที่สถานศึกษายังมีอยู่เท่าเดิม หรืออาจจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราส่วนของเด็ก และสถานศึกษา ไม่สอดคล้องกัน และปัจจุบันวิทยาลัยอาชีวะรัฐขยายเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของอาชีวะเอกชน ได้ขอเปิดสอนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่จำนวนเด็กลดลงอย่างมาก”

๐ต้องปรับทิศทางการจัดการอาชีวะอย่างไร?
“ดังนั้น การจัดการศึกษาแบบเดิม อาจจะดึงดูดให้เด็กมาเรียนไม่ได้อีกต่อไป อาชีวะเอกชนจะต้องเปลี่ยนมุมมองการจัดการศึกษาใหม่ ให้เป็นธุรกิจการศึกษา คือใช้ทรัพยากรที่ตนมีอยู่สร้างอาชีพให้ผู้เรียน และต้องสอดคล้องกับบริบทของอาชีวะเอกชนไปด้วย เช่น การเปิดร้านขายอาหารสร้างอาชีพให้ผู้เรียน ซึ่งผู้เรียนสามารถฝึกงานได้ด้วย หรือสนับสนุนให้เด็กขายออนไลน์ โดยนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาขาย เป็นต้น ซึ่งในวันที่ 28 เมษายนนี้ จะประชุมสร้างความเข้าใจ และเปลี่ยนความคิดกับผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยี และอาชีวะเอกชนทั่วประเทศ”

๐รูปแบบการจัดการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวะเอกชน?
“อาชีวะเอกชน ต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองใหม่ อย่าหวังแต่เงินอุดหนุนรายหัวเพียงอย่างเดียว คือรับเงินอุดหนุนมาจ้างครูให้จบๆ ไป ถ้าทำแบบนี้ ต่อไปผู้เรียนจะลดลง สถานศึกษาจะเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้อาชีวะเอกชนจะค่อยๆ ตาย และสูญหายไป ดังนั้น อาชีวะเอกชนต้องเปลี่ยนความคิดมาทำธุรกิจการศึกษา ว่าจะนำครู และสถานศึกษา มาดึงดูดผู้เรียนอย่างไร และจะจัดการศึกษาอย่างไรให้ผู้เรียนมีความสุข มีงานทำ เห็นหนทางในชีวิตของตนเอง”

Advertisement

๐วิกฤตโควิด-19 กระทบกับการเรียนการสอนของอาชีวะเอกชนอย่างไร?
“จาก 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สร้างผลกระทบให้กับการจัดการศึกษาของอาชีวะเอกชนอย่างมาก โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนอาชีวะ จะแตกต่างกับการเรียนการสอนสายสามัญอย่างมาก การเรียนออนไลน์ไม่ได้ผลเหมือนกับสายสามัญ เพราะการเรียนอาชีวะต้องลงมือปฏิบัติด้วย ทำให้เด็กเห็นว่าเมื่อเรียนสายสามัญกับอาชีวะ ไม่มีความแตกต่างกัน เลยหันไปเรียนสายสามัญดีกว่า”

๐ข้อดีของการเรียนอาชีวะ?
“ปัญหาอีกอย่าง คือสังคมไทยถูกครอบงำด้วยความคิดที่ว่า เรียนดี เรียนเก่ง ต้องไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แต่จะเห็นว่าปัจจุบันผู้เรียนจบมหาวิทยาลัย ตกงานจำนวนมาก ในขณะที่ตลาดแรงงานต้องการผู้เรียนจบอาชีวะอย่างมาก ดังนั้น เมื่อเรียนจบอาชีวะ แล้วมีงานทำแน่นอน”

๐อาชีวะเอกชนได้รับผลกระทบอย่างไรจากวิกฤตโควิด-19?
“ยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบกับสภาพคล่องกับอาชีวะเอกชนอย่างมาก ผู้เรียนค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนจำนวนมาก ซึ่งอาชีวะเอกชนจะหาหนทางช่วยเหลือผู้ปกครองเต็มที่ เช่น ให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือน เป็นต้น แต่ผมยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเป็นภาพรวมทั้งประเทศ ว่ามีผู้ปกครองค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนจำนวนเท่าใด แต่ประมาณการไว้ว่า น่าจะมีผู้ปกครองทั่วประเทศค้างจ่ายประมาณ 30%”

๐ที่ผ่านมารัฐบาลช่วยเหลืออาชีวะเอกชนอย่างไรบ้าง?
“ที่ผ่านมา รัฐบาลให้การช่วยเหลือบ้าง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ปรับระเบียบแนวทางปฏิบัติในการใช้เงินอุดหนุนรายหัวใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน และสอดคล้องกับสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยเปิดช่องให้สถานศึกษาใช้เงินอุดหนุนรายหัว และเงินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ไปซื้อชุดตรวจ ATK และสามารถนำเงินไปใช้จ่าย ซื้อสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ และรูปแบบอื่นๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดให้สถานศึกษาเอกชนกู้เงินจากกองทุนส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่สถานศึกษาต้องมีหลักประกันเพื่อขออนุมัติกู้ยืมด้วย ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะสถานศึกษาบางแห่งไม่มีหลักประกันให้ ท้ายสุดก็ขอกู้ไม่ได้”

๐อยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรบ้าง?
“ผมอยากให้รัฐบาลกำหนดแผนการรับนักเรียน นักศึกษา ของสถานศึกษาอาชีวะรัฐ ในสังกัด สอศ.ให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาสถานศึกษาอาชีวะรัฐเปิดรับนักเรียน นักศึกษาอยู่ตลอดเวลา จนกว่าจำนวนผู้เรียนจะเต็มแผนการรับ ทำให้สถานศึกษาอาชีวะเอกชนลำบากมาก เพราะปริมาณเด็กลดลง แต่สถานศึกษาอาชีวะรัฐก็ยังขยายการรับนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปสถานศึกษาอาชีวะเอกชนจะล้มหายตายจาก และรอวันตายแน่นอน”