ชี้ 4 สถานการณ์ท้าทายพัฒนาคน สังคมสูงวัย-ดิจิทัลดิสรัปชั่น-ผลกระทบโควิด แนะ ศธ.จัดศึกษารูปแบบใหม่-เพิ่มสมรรถนะ
นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้วิเคราะห์สถานการณ์โลก และสถานการณ์ไทย ในการผลิต และพัฒนากำลังคน พบว่าจากผลงานวิจัย และสถานการณ์ต่างๆ ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ท้าทายในการผลิต และพัฒนากำลังคนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ซึ่งสถานการณ์ท้าทายมี 4 เรื่องหลัก ดังนี้ 1.การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมที่รวดเร็ว ผันผวน และชับซ้อน (VUCA World) จึงจำเป็นต้องวางแผนเพื่อลดความไม่แน่นอน และให้ความสำคัญกับความคิดเชิงนวัตกรรม กระบวนการมีส่วนร่วม และการตัดสินใจที่รวดเร็ว 2.สังคมสูงวัย เป็นสถานการณ์ท้าทายที่ทั่วโลกเผชิญร่วมกัน แต่ความพร้อมในการรับมือแตกต่างกัน สำหรับไทยถือเป็นความท้าทายสูงมาก เนื่องจากมีแรงงานนอกระบบที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ จำนวนมาก โดยเมื่อปี 2561 สูงถึง 21.2 ล้านคน หรือ 55.4% ประกอบกับอัตราการเกิดลดลง ซึ่งทำให้อัตราการพึ่งพิงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ และการผลิต และพัฒนาคนของประเทศอย่างแน่นอน
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า 3.ดิจิทัลดิสรัปชั่น มีงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า กระบวนการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เคยใช้เวลาประมาณ 600 ปีในการก่อตัว จะถูกย่นลงมาให้เหลือแค่ 30 ปี ราวกับโลกหมุนเร็วขึ้น 20 เท่า และช่วงประมาณปี 2000-2040 โลกจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เกิดอาชีพใหม่ จึงส่งผลต่อเนื่องในการพัฒนาคนให้มีทักษะใหม่ ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และจากรายงานของ WEF เรื่อง Future of Jobs Report 2020 นายจ้าง 43% ระบุว่าภายใน ปี 2025 จะลดจำนวนพนักงานลง เนื่องจากจะนำเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการในการทำงาน และ 4.ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกว้างขวางทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา รวมทั้ง เป็นตัวเร่งให้เผชิญความท้าทายที่มีอยู่เดิมเร็วขึ้นด้วย จึงถือว่าเป็นผลกระทบที่รุนแรงมาก
นายอรรถพลกล่าวอีกว่า สำหรับผลกระทบที่เกิดกับระบบการศึกษานั้น มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก เช่น งานวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิจัยการเรียนออนไลน์ ซึ่งเด็กไทยเจอปัญหา เช่น 79% ปวดตา ปวดเมื่อย ปวดหลัง, 74.9% เครียด วิตกกังวล, 71.6% การบ้านเยอะขึ้น ส่งผลต่อการพักผ่อน เป็นต้น และจากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบผู้ปกครอง 79.1% มีอุปสรรค และข้อจำกัดในการเรียนออนไลน์ และ 20.9% ไม่มีอุปสรรค หรือปัญหาในการเรียนออนไลน์ ส่วนอุปสรรคในการเรียนออนไลน์ 59.8% เป็นความไม่พร้อมในอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ 52.5% เป็นความไม่พร้อมของผู้ปกครอง และ 44.9% เป็นความไม่พร้อมของผู้เรียน นอกจากนี้ ผลวิจัยพบว่าครู 11.5% ประเมินว่าไม่สามารถสอนออนไลน์ได้เลย มีครู 58.2% ประเมินว่าพร้อมสอนออนไลน์ระดับปานกลางเท่านั้น และ 30% ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนพัฒนาทักษะด้านการผลิตสื่อการเรียนรู้
“ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องหันกลับมามองภารกิจการจัดการศึกษาใหม่ ต้องเร่งพัฒนากำลังคนในทุกระดับให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้น เพราะสถานประกอบการในปัจจุบัน ไม่ต้องการวุฒิการศึกษา แต่ต้องการคนที่มีสมรรถนะ ทักษะที่สูงขึ้น และเป็นคนที่ทำงานได้หลากหลาย ซึ่งผมได้จัดทำแผนเสนอ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.แล้ว เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ไปปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนตามที่ สกศ.เสนอ” นายอรรถพล กล่าว

