‘ตรีนุช’ เล็งถก ‘สวทอ.’ หาทางออก ปม ว.อาชีวะเอกชน 72% โหวตขอกลับ สช.บิ๊กเทคโนฯ ชุมพรซัดรัฐแย่งรับ น.ศ.หวังงบ
กรณีสมาชิกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) กว่า 72% มีมติขอย้ายกลับไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หลังย้ายมาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 8/2559 ที่ให้วิทยาลัยอาชีวะเอกชนย้ายสังกัดจาก สช.มาสังกัด สอศ.ซึ่งผ่านมา 6 ปีแล้ว แต่ได้รับการดูแลไม่เท่าเทียมกับสถาบันอาชีวศึกษารัฐ และเห็นว่าหากย้ายไปสังกัด สช.เช่นเดิม อาจได้รับสวัสดิการ และการอบรมพัฒนาครูที่ดีกว่าเดิมนั้น
เมื่อวันที่ 25 เมษายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว จากนี้จะเรียกตัวแทน สวทอ.เข้ามาสะท้อนปัญหา ว่าตั้งแต่ย้ายมาสังกัด สอศ.มีปัญหาอุปสรรคอะไร และจะนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณา ว่าจะสามารถปรับระเบียบต่างๆ ได้อย่างไร เพื่อที่ช่วยวิทยาลัยอาชีวะเอกชนต่อไป
นายชาญณรงค์ ลักษณียนาวิน เลขาธิการ สวทอ.กล่าวว่า ปัจจุบันวิทยาลัยอาชีวะเอกชนติดปัญหาการขับเคลื่อนงาน เพราะยังต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ และกฎหมายของ สช.อยู่ แต่ถ้า สอศ.ปรับระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายให้สอดคล้องกับวิทยาลัยอาชีวะเอกชน จะทำให้การดำเนินงานต่างๆ ของวิทยาลัยอาชีวะเอกชน เดินหน้าได้ตามวิถีที่ควรจะเป็นมากขึ้น
“การย้ายมาครั้งนี้ เหมือนวิทยาลัยอาชีวะเอกชนย้ายมาแต่ตัว เพราะระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายต่างๆ ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน พ.ศ.2550 จึงทำให้ 6 ปีที่ผ่านมา อาชีวะเอกชนเกิดปัญหาในการดำเนินการ เหมือนกับต้องทำงานสองขา คือขาข้างหนึ่งต้องทำตามกฎหมาย สช.เรื่องกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน โดยเฉพาะสวัสดิการครูเอกชน ในขณะที่ขาอีกข้างหนึ่ง ต้องจัดการศึกษาตามมาตรฐาน และระเบียบที่ สอศ.กำหนด” นายชาญณรงค์ กล่าว
ด้านนายประยูร มัยโภคา ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีชุมพรบริหารธุรกิจ กล่าวว่า เห็นด้วยที่วิทยาลัยอาชีวะเอกชนจะย้ายกลับมาอยู่ในสังกัด สช.เพราะตั้งแต่มาอยู่ภายใต้สังกัด สอศ.ไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่เคยได้รับการพัฒนา และได้รับความไม่เป็นธรรมหลายเรื่อง เช่น การรับนักเรียน ที่สถานศึกษาอาชีวะรัฐเปิดรับสมัครนักเรียน และนักศึกษาตลอดเวลา เน้นการรับผู้เรียนด้วยปริมาณมากกว่าคุณภาพ เพราะต้องการทำผลงานเพื่อเอางบประมาณมาสร้างอาคารสถานที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิทยาลัยอาชีวะเอกชนอย่างมาก
“การที่สถานศึกษาอาชีวะรัฐเปิดรับผู้เรียนตลอดเวลา ส่งผลให้วิทยาลัยอาชีวะเอกชนล้ม และปิดกิจการไปจำนวนมาก” นายประยูร กล่าว

