‘ตรีนุช’ เร่งส่งเสริม ร.ร.เอกชนนอกระบบ พัฒนาคนรองรับสังคมสูงวัย 

28.04.22 | 15:37 น.

‘ตรีนุช’ เร่งส่งเสริม ร.ร.เอกชนนอกระบบ พัฒนาคนรองรับสังคมสูงวัย 

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่โรงแรมรอยัลซิตี้ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนนอกระบบ กลุ่มโรงเรียนบริบาล (การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ) โดยมี ผู้บริหารจากสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) นายกสมาคมโรงเรียนบริบาล ผู้บริหาร ครูในโรงเรียนเอกชนนอกระบบเข้าร่วม ว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย มาตั้งแต่ปี 2548 และคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเป็นประกำลังพัฒนาประเทศแรกของโลก ที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ เนื่องจากอัตราการเกิดของคนไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนการเกิดเพียง 6 แสนคนต่อปี หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ คาดการณ์ว่าในปี 2574 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด นั้นคือ มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 28 ของจำนวนประชากรทั้งหมด  สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการแพทย์ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว นโยบายการวางแผนครอบครัวหรือการควบคุมการมีบุตร ทำให้เกิดการลดภาวะเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็ว และการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับการเสียชีวิตของประชากรจำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้องดำเนินมาตรการจูงใจเพื่อสร้างบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทยด้วย 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้บริหาร และครู/ผู้สอน โรงเรียนเอกชนนอกระบบกลุ่มโรงเรียนบริบาล (การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ) มีความเข้าใจในข้อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องและแนวปฏิบัติในการนำมาตรฐานหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในอนาคตได้ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพความสามารถในการแข่งขันของผู้เรียนสำหรับการประกอบอาชีพในสาขาอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดรายได้ที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับผู้เรียนต่อไป

“รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประชากรผู้สูงอายุ และเด็กประถมวัย จึงมีการประกาศนโยบายพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยให้ 7 กระทรวง ประกอบด้วย  ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มาทำงานบูรณาการเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการ์ที่เปลี่ยนแปลงของประเทศ” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ในส่วนของ ศธ.ที่ผ่านมาสนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบของโรงเรียนเอกชน ที่ศธ.ต้องการส่งเสริม สนับสนุนให้โอกาสให้กับผู้ที่สนใจและสามารถต่อยอดสร้างอาชีพได้ด้วย ซึ่งตนมอบหมายให้ สช. ไปหาแนวทางดูแลสนับสนุนกลุ่มโรงเรียนนอกระบบเพิ่มเติม เช่น พัฒนาหลักสูตรร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้สอดคล้องและทันสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง หรือยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้เรียนโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ในสาขาที่ขาดแคลนและจำเป็น เช่น สาขาการดูแลผู้สูงอายุ การนวดสปา เป็นต้น สามารถยื่นกู้ กยศ.ได้ เบื้องต้นทาง กมธ.วิสามัญฯให้ความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ถือเป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการให้ผู้เรียนในทุกระดับ และผู้เรียนทุกระบบ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเห็นการเรียนสายสามัญ และสายอาชีพ