หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สุจิตต์ตื่นเต...

สุจิตต์ตื่นเต้น! ‘พช.บ้านเก่า’ เก๋มาก รีวิว 3 ชั้น ก่อนฟันธง ‘เชื้อชาติไทยไม่มีในดีเอ็นเอ’

5.05.22 | 14:54 น.

สุจิตต์ตื่นเต้น! ‘พช.บ้านเก่า’ เก๋มาก รีวิว 3 ชั้น ก่อนฟันธง ‘เชื้อชาติไทยไม่มีในดีเอ็นเอ’

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) บ้านเก่า ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีการถ่ายทำรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ตอน ‘เชื้อชาติไม่มีในดีเอ็นเอมนุษย์ ไทยแท้ที่สุดมาจากไม่ไทย’ ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร

นายสุจิตต์ กล่าวว่า พช.บ้านเก่าที่ปรับปรุงใหม่และเพิ่งเปิดทำการนี้ทำตนตกตะลึงมาก ถือเป็นเรื่องวิเศษที่อาคารไม่มีหน้าจั่ว ออกแบบดีมากทั้งแนวคิดอาคารและภูมิทัศน์ มีทางลาด มีลิฟต์ให้บริการ การจัดแสดงทันสมัย เนื้อหาเกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ สนุก ตื่นเต้น ทั้งนี้ ตนทราบว่าวัยรุ่นชอบมาถ่ายภาพเซลฟี่ที่หน้าอาคารพช.โดยแต่งตัวโป๊ มีคนไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าประเด็นนี้ควรเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เขามาก็ดีแล้ว ทุกคนมีสิทธิมา ตำรวจไม่จับ อย่าหวงห้ามคนเพราะการแต่งกาย เพียงแค่เดินทางมาก็ได้ประสบการณ์แล้ว อย่าทำพช.เป็นโบสถ์วิหารการเปรียญสร้างความขลัง ความรู้คือความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว

นายสุจิตต์กล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่เลือกเดินทางมายัง พช. บ้านเก่า เพราะแหล่งโบราณคดีบ้านเก่าเป็นแห่งแรกที่มีการขุดค้นทางโบราณคดีแบบสากล โดยนักโบราณคดีไทยร่วมกับเดนมาร์ก พบโครงกระดูกชุดแรกในไทยที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี

ชมตู้จัดแสดง ‘หม้อสามขา’ โบราณวัตถุโดดเด่นของ พช. บ้านเก่า

จากนั้น นายสุจิตต์กล่าวถึง ประเด็นเรื่องเชื้อชาติและบรรพชนไทย โดยระบุว่า เชื้อชาติไม่มีในดีเอ็นเอมนุษย์ ดีเอ็นเอบอกเพียงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

“คนทั้งโลกผสมผสานเชื้อชาติทั้งนั้น และไม่ได้เพิ่งผสมเมื่อวาน แต่ผสมผสานมานานแล้ว นี่คือเรื่องใหญ่ ดีเอ็นบอกแค่ความสัมพันธ์ เช่น หากจะดูความเชื่อมโยงระหว่างคนบ้านเก่า กับชาวอัลไต ต้องเอาดีเอ็นเอของคนทั้ง 2 แห่งมาตรวจ ว่าเกี่ยวกันไหม แต่ไม่ได้เป็นการบอกเชื้อชาติ” นายสุจิตต์กล่าว และว่า แนวคิดนี้ตนไม่ได้คิดเอง แต่นำมาจากหนังสือ ‘ดีเอ็นเอปฏิวัติ Who We Are and How We Got Here’ ผลงาน David Reich แปลโดย ก้อง พาหุรักษ์ สำนักพิมพ์มติชนจัดพิมพ์ โดยถือเป็นหนังสือขายดี

Advertisement

“ดีเอ็นเอปฏิวัติ เขียนโดยนักพันธุศาสตร์อเมริกัน ทั้งเล่มสรุปอย่างเดียวคือในดีเอ็นเอไม่มีเชื้อชาติ ทางวิทยาศาสตร์มีคำตอบรับรู้กันทั่วโลก เป็นผลงานที่ผู้เขียนทำมานานแล้วยังรวบรวมผลงานวิจัยทั่วโลกมาร่วมวิเคราะห์ซึ่งได้ข้อสรุปว่าคนทั่วโลกล้วนลูกผสม และดีเอ็นเอในมนุษย์ก็บอกชาติพันธุ์ไม่ได้ คนไทยเป็นคนไทยด้วยวัฒนธรรมทางภาษาที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลางทางการค้ามานานไม่น้อยกว่า 2,000 ปี ไม่ใช่ดีเอ็นเอ” นายสุจิตต์กล่าว

นายสุจิตต์กล่าวว่า ประเด็นเรื่องบรรพชนคนไทยคือใคร เคยมีความพยายามหาคำตอบมานานแล้ว โดยเมื่อ พ.ศ.2507 มีการจัดเสวนาที่ท้องพระโรง วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขณะนั้นตนเป็นนักศึกษาคณะโบราณคดี ได้ร่วมฟังด้วย แต่ไม่รู้เรื่อง เพราะเพิ่งเข้าเรียนชั้นปีที่ 1 แต่ก็เป็นสิ่งที่ฝังในใจมา โดยเฉพาะเมื่อได้เรียนกับศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ซึ่งมีแนวคิดในลักษณะเดียวกันในประเด็นเชื้อชาติไทยแท้ที่ไม่มีจริง นอกจากนี้ยังมีผู้อื่นพูดอีก แต่ด้วยบรรยากาศและบริบททางการเมืองไทยยุคนั้นจึงไม่มีใครกล้าพูดให้เสียงดังไปสู่สังคม

“เรื่องบรรพบุรุษคนไทยเป็นใคร เกิดเป็นคำถามและจัดเสวนาตั้งแต่ผมเป็นนักศึกษาปี 1 แล้วเถียงกันจนถึงวันนี้ที่หนังสือดีเอ็นเอปฏิวัติออกมาและมติชนให้แปลเป็นภาษาไทยพิมพ์เผยแพร่ ต้องรีบไปซื้อมาอ่าน สำหรับผม คนไทยคือลูกผสมร้อยพ่อพันแม่” นายสุจิตต์กล่าว

ทอดน่องมองแม่น้ำแควน้อย

 

จากนั้น นายสุจิตต์ ขึ้นชั้น 2 ของอาคารจัดแสดง เพื่อชมโครงกระดูกมนุษย์ที่ขุดค้นพบในแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า พร้อมด้วยโบราณวัตถุต่างๆ

“การพบหลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ว่าบริเวณนี้เป็นชุมชนใหญ่มากเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว โดยมีวัฒนธรรมการฝังศพครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม คำอธิบายที่ว่าข้าวของที่พบเป็นเครื่องอุทิศนั้น ผมคิดว่าไม่ควรใช้ เพราะเป็นศัพท์ทางพุทธศาสนาแต่ในขณะนั้น ศาสนาพุทธยังไม่เกิด ยังไม่มีความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ชาติหน้า และการเวียนว่ายตายเกิด คนยังนับถือผี มีความเชื่อเรื่องขวัญ จึงควรใช้คำว่าเครื่องเซ่น” นายสุจิตต์กล่าว

จากนั้น นายสุจิตต์เยี่ยมชมตู้จัดแสดงหม้อสามขา, กลองมโหระทึกและโลงไม้ บนชั้น 3

“หม้อสามขาเป็นบุคลิกสำคัญของบ้านเก่า แต่มีการสำรวจต่อมาพบทั้งทิวเขาตะวันตกชายแดนพม่าตั้งแต่แม่ฮ่องสอนจนถึงมาเลเซีย ผมเชื่อว่า หม้อสามขามาจากก้อนเส้า คือหินสามก้อน” นายสุจิตต์กล่าว

ทั้งนี้ รายการในตอนดังกล่าวจะเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคมนี้ เวลา 20.00 น. ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรมและยูทูบมติชนทีวี

นั่งพักข้างโลงไม้ ชั้น 3 ของพิพิธภัณฑ์
ถ่ายทำรายการกลางแจ้ง