สพฐ.เร่งแก้ปัญหาเด็กแอลดี ย้ำอย่าสร้างปมให้น.ร. เน้นสอนเสริมส่วนที่ขาด
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ว่าที่ร.ต. ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้ พลเรือเอก พงศ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารยุคใหม่ หัวใจนำทาง โดยมีผู้บริหารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 38 ทั่วประเทศร่วมด้วย โดยพลเรือเอก พงศ์เทพ เน้นย้ำว่าผู้บริหารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต้องซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ มีภาวะผู้นำ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เนื่องจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ คือโรงเรียนของพระราชา ดังนั้นผู้บริหารโรงเรียนต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้โรงเรียนอื่นๆ พร้อมเน้นย้ำให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ดูแลเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ แอลดีด้วย เพราะปัจจุบันเด็กมีแนวโน้มที่จะเป็นแอลดีมากขึ้น ดังนั้นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส จะต้องดูแลเด็กทุกคนให้มีพัฒนาการครบทุกมิติ
ว่าที่ร.ต. ธนุ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเด็กที่มีภาวะเสี่ยงเป็นแอลดี เป็นเรื่องสำคัญ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. และตนได้ประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อหารือแก้ไขและวางแนวทางช่วยเหลือเด็กที่เสี่ยงเป็นแอลดี จากการสำรวจคัดกรองเบื้องต้น สพฐ.มีนักเรียนในสังกัด ประมาณ 6.5 ล้านคน พบนักเรียนเสี่ยงเป็นแอลดี ประมาณ 3.6 แสนคน และถ้าไม่เร่งช่วยเหลือ ในอนาคตเด็กเหล่านี้จะมีปัญหาด้านการเรียนรู้ เพราะการอ่านถือเป็นวิชาพื้นฐานในการเรียนวิชาอื่นๆ เมื่อเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ก็จะมีผลต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศ
“สพฐ. ได้ตั้งคณะกรรมการจัดการเรียนรวม ระดับ สพฐ. เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาเด็กแอลดีให้รวดเร็วที่สุด ต่อไปจะตั้งคณะกรรมการจัดการเรียนรวม ระดับเขตพื้นที่ฯ โดยให้ผู้อำนวยการ สพท.เป็นประธาน ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อบูรณาการงานระดับพื้นที่ให้ทุกหน่วยงานทำงานแก้ไขอย่างรวดเร็ว เมื่อเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ในวันที่ 17 พฤษภาคม ขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ทำการสำรวจคัดกรองนักเรียนทุกคนอย่างเข้มข้น ว่านักเรียนเป็นแอลดีกี่คน เมื่อคัดกรองเสร็จแล้วต้องจัดทำแผนช่วยเหลือเด็กเหล่านี้เป็นรายบุคคล ปัญหานี้ต้องแก้ไขโดยเร็ว ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องถือว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องเร่งช่วยเหลือให้เด็กอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ก่อนที่เด็กจะเรียนจบ ป.3” ว่าที่ร.ต. ธนุ กล่าว
ว่าที่ร.ต. ธนุ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้เน้นย้ำกับโรงเรียนว่า จะต้องไม่ระบุว่าเด็กคนไหนเป็นแอลดี เพราะจะสร้างปมให้เด็ก เพราะแม้เด็กจะอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่เด็กอาจจะเก่งด้านอื่นๆ ดังนั้นครูต้องสอนเสริมเติมความรู้ในส่วนที่ขาด พร้อมกับค้นหาความสามารถเฉพาะทางของเด็กและทำการสนับสนุนต่อยอดเด็กควบคู่กันไปด้วย

