สพฐ. จับมือ ‘สมาคมเคมีฯ–ภาคเอกชน’ หนุนเด็กไทยเรียนวิทย์แนวใหม่
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ห้องประชุม สพฐ.1 สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 4 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอน การทดลองวิทยาศาสตร์ด้วยหลักการของ “ปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา” ระหว่าง สพฐ.กับสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ว่า ที่ผ่านมา สพฐ. มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ เพราะมีโรงเรียนที่ต้องดูแลมากกว่า 35,000 แห่ง ทำให้มีงบประมาณไม่เพียงพอในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้โรงเรียนต่างๆ ประกอบกับปัจจุบัน สังคมต้องการคนที่มีความพร้อม มีสมรรถนะ เพื่อต่อยอดเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น และที่ผ่านมาสพฐ.เห็นความสำคัญกับการยกระดับการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งการนำเทคนิคปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับครูและนักเรียน ซึ่งมีผลเทียบเท่ากับการเรียนในห้องแล็ปปกติ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างครบถ้วน เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างมาก
นายอัมพร กล่าวต่อว่า ชุดปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนสำหรับโรงเรียนนี้ จะสร้างประโยชน์ให้กับ 4 ภาคส่วน คือ ผู้เรียน ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้เรียนรู้เกิดสมรรถนะ ครู ที่สามารปรับการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับปัจจุบันสร้างสมรรถนะให้ผู้เรียนมากขึ้น ฝ่ายบริหาร ที่สามารถจัดการอุปกรณ์การเรียนการสอนในราคาจับต้องได้ และสังคมโดยรวม ได้ต้นทุนมนุษย์ที่มีสมรรถนะและมีประสิทธิภาพ
“เชื่อว่าถ้านวัตกรรมนี้สามารถส่งต่อให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนขยายโอกาส จะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้” นายอัมพร กล่าว
ด้าน ดร.สุภา หารหนองบัว นายกสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า สมาคมฯ เป็นผู้ริเริ่มใช้เทคนิคปฏิบัติการทดลองเคมีแบบย่อส่วนในประเทศไทย โดยได้ร่วมกับกลุ่มบริษัทดาว ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในด้านการให้องค์ความรู้ การประยุกต์ใช้การทดลองเคมีแบบย่อส่วน มาเสริมการเรียนการสอนในโรงเรียน การส่งเสริมเวียนรู้และทดลองจริงของนักเรียนในโรงเรียน การสร้างเครือข่ายครูต้นแบบเคมีแบบย่อส่วน เพื่อนำไปต่อยอดองค์ความรู้ได้มากขึ้น มีการร่วมกันจัดประกวดโครงงานปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนในแต่ละปีมาตลอด 7 ปี รวมทั้งยกระดับและเผยแพร่กิจกรรมในภาคอาเซียน โดยความร่วมมือในครั้งนี้ สมาคมฯ ะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ จัดหาบุคลากรผู้ชำนาญที่เหมาะสมกับหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาครูต้นแบบ รวมทั้งยังจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการผู้เชี่ยวขาญในการประเมินผลการเรียนการสอนตามแนวทางการสอนแบบใหม่ของโครงการฯ

