อาจารย์-นิสิตทัศนศิลป์ ม.มหาสารคาม วาดภาพ’ในหลวง ร.9′ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

24.10.16 | 17:06 น.

3

4

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) นายสันติ สิงห์สุ อาจารย์ประจำภาควิชาทัศนศิลป์ มมส พร้อมด้วยนิสิตภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ตั้งใจวาดรูปเหมือนลายเส้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในอิริยาบถที่ในหลวงทรงกล้อง โดยใช้สีอะคริลิก บนผืนผ้าสีขาว ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 9 เมตร โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพพระราชกรณียกิจ พระองค์ทรงกล้อง ใต้รูปพระองค์เป็นภาพต้นยางนา ในรูปแบบฮูปแต้มอีสาน และปลานิล ทั้ง 2 สิ่งนั้น พระองค์ทรงปลูก และขยายพันธุ์ จนพสกนิกรได้รับคุณูปการจากพระองค์ตลอดมา เพื่อแสดงความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แห่งองค์รัชกาลที่ 9 และภายหลังการวาดเสร็จสิ้น ได้นำมาติดตั้งไว้ด้านบนอาคารระหว่างชั้นที่ 2 ถึงชั้นที่ 4 ด้านหน้าของคณะศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อให้คณาจารย์ นิสิต มมส และประชาชนทั่วไปร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ด้วย

5

นายสันติกล่าวว่า เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 รู้สึกเสียใจมาก ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะตนรู้สึกรักเทิดทูนพระองค์มาโดยตลอด วันนี้ตนและลูกศิษย์ในภาควิชาทัศนศิลป์ จึงอยากจะสร้างสรรค์ผลงานสักชิ้น และได้เลือกภาพในหลวงทรงกล้อง เพราะเราจะเห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะจากสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรือความคิดติดตรึงของชาวไทย คือภาพที่จะทรงพกกล้องถ่ายภาพ และมีอิริยาบถของนักถ่ายภาพ ไม่ว่าจะย่ำไปยังดินแดนใด เห็นได้ชัดว่าพระองค์ทรงพอพระหฤทัยศิลปะในการถ่ายภาพมากเป็นพิเศษ พระองค์มีพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ โดยส่วนตัวก็ชอบในการถ่ายภาพด้วย ผลงานในชิ้นนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อแสดงความรัก และอาลัยต่อพระองค์ท่าน และสัญญาว่าจะมุ่งมั่นทำความดีเดินตามแนวพระราชดำริ และถ่ายทอดความรู้ โดยเฉพาะศิลปะให้แก่ลูกศิษย์ต่อไป

Advertisement

6

นายสันติกล่าวอีกว่า ภาพที่ปรากฏนี้ คือภาพผลงานที่ได้ร่วมแสดงคู่กับผลงานที่ได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณของมูลนิธิชัยพัฒนาในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นเมื่อปี 2555 แรงบันดาลใจของภาพนี้ มาจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะราษฎรภาคอีสาน ที่ส่วนใหญ่พื้นที่ทางการเกษตรเป็นพื้นที่แห้งแล้ง การทำนาต้องพึ่งพาฟ้าฝนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน จึงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ด้วยการทำฝนเทียม พระองค์จึงได้พระนามว่าเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง จากภาพเป็นภาพท้องฟ้าที่เมฆรวมตัวกันภายหลังจากการทำฝนหลวง จากนั้นฝนได้ตกลงมาบนพื้นที่ที่แห้งแล้ง ทำให้สามารถทำการเกษตรได้ ผืนนามีความอุดมสมบูรณ์ราษฎรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

“ผมเกิดในพื้นที่ชายขอบ บรรพบุรุษผมข้ามเขตข้ามโขงถิ่นน้ำขุ่น มาพึ่งใบบุญชาวสยาม และได้ปักหลักที่ จ.มุกดาหาร เพลงแรกที่ผมได้ยินคือเพลง ล้นเกล้าเผ่าไทย ร้องโดยสายัณห์ สัญญา ซึ่งพ่อผมได้นำมาร้องประกวดจนได้รางวัลชนะเลิศ ในเนื้อหาเพลงได้พูดถึงองค์ภูมิพล ที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ทรงเป็นที่รัก และเป็นมิ่งขวัญของไทยทั้งผอง ในตอนนั้นผมรู้สึกรักท่านทันที ถึงแม้ไม่เคยเห็นรูปพระองค์เลย กว่าจะรู้ว่านี่คือรูปพระองค์ก็ตอนเรียนชั้น ป.1 ผมได้เห็นภาพพระองค์ที่หน้าชั้นเรียนที่รูป ธงชาติ ศาสนา และมหากษัตริย์ ครูบอกว่าท่านคือพระเจ้าแผ่นดิน ในความคิดของผมตอนนั้นคือ ท่านคือทุกๆ สิ่งทุกอย่างของประเทศไทย” นายสันติกล่าว