เปิดมาตรการ ‘ศธ.-สธ.’ ใช้สกัดโควิด-19 รับเปิดเรียนภาค 2 แบบออนไซต์ 100%

17.05.22 | 10:22 น.

เปิดมาตรการ ‘ศธ.-สธ.’ ใช้สกัดโควิด-19 รับเปิดเรียนภาค 2 แบบออนไซต์ 100%

จากกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกประกาศให้โรงเรียนในสังกัด เปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แบบ “ออนไซต์” 100% ทั่วประเทศ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ภายหลังเกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นมา

นับเป็นการเปิดเรียนเต็มรูปแบบของโรงเรียนในสังกัด ศธ.ในช่วง 2 ปีผ่านมา ที่น้องๆ นักเรียนจะได้กลับไปนั่งเรียนในห้องเรียน ได้พบปะเพื่อนฝูง และครูอาจารย์

“มติชนออนไลน์” จึงถือโอกาสนำมาตรการของ ศธ.และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ประกาศใช้ เพื่อให้โรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ปลอดโรคโควิด-19 และปลอดภัยสำหรับนักเรียน

โดย สธ.ได้ประกาศมาตรการเปิดเรียน On-Site ปลอดภัย อยู่ได้กับโควิด-19 ด้วยหลักการพื้นฐาน คือ 3T 1V “ตัดความเสี่ยง เพิ่มภูมิคุ้มกัน” และมาตรการ 6-6-7 ซึ่งเป็นสิ่งที่เน้นย้ำกันมาตลอด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต้องดำเนินการตามมาตรการต่อไปนี้

1.เร่งรัดการฉีดวัคซีน เพื่อให้นักเรียนได้รับวัคซีนตามความสมัครใจให้ครอบคลุม

Advertisement

2.สถานศึกษา ต้องเข้ารับการประเมิน Thai Stop COVID Plus (TSC+) โดยต้องผ่านการประเมินมากกว่าร้อยละ 95

3.เน้นย้ำการทำตามแผนเผชิญเหตุ เมื่อเจอผู้ติดเชื้อ หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ไม่ดำเนินการปิดชั้นเรียน หรือโรงเรียน เป้าประสงค์นักเรียนควรได้รับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ที่โรงเรียน

และ 4.เน้นย้ำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สธจ.) ให้ปฏิบัติตามมาตรการโดยมอบหมายให้ศูนย์อนามัยในเขตสุขภาพเป็นพี่เลี้ยงให้กับสถานศึกษา

ขณะที่ ศธ.ออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนเรียนหรือสถาบันการศึกษา ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 37) โดยมีหลักเกณฑ์ 5 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 มาตรการรองรับการเปิดภาคการศึกษาที่ 1/2565 ของสถานศึกษา เพื่อจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ จำแนกตามพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถานศึกษาในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) และเขตพื้นที่เฝ้าระวังสูง (เหลือง) ต้องผ่านเกณฑ์ประเมินความพร้อมเปิดเรียน TSC+ เคร่งครัดตามมาตรการ 6-6-7 และต้องประเมินความเสี่ยง อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์

ส่วนที่ 2 ข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC), 6 มาตรการ (SSET-CQ), และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา โดยสถานศึกษาต้องจัดการเรียนการสอนในอาคารสถานที่โดยปฏิบัติตาม 6-6-7 อย่างเคร่งครัด

ส่วนที่ 3 หลักเกณฑ์พิจารณาเตรียมการใช้อาคาร หรือสถานที่ เพื่อจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา ประเภทพักนอน และประเภทไป-กลับ สำหรับประเภทพักนอน มีข้อปฏิบัติสำคัญดังนี้ ต้องจัดให้มี School Isolation สำหรับรองรับการดูแลรักษาเบื้องต้น กรณีนักเรียน ครู และบุคลากรติดเชื้อ

ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องจัดอาคารพื้นที่โดยรอบให้เป็นอาณาเขต ดังนี้ จัดให้มี Screening Zone เพื่อคัดกรองที่เหมาะสม Quarantine Zone จัดให้มีที่กักกัน และสังเกตอาการสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากร ที่ยังต้องสังเกตอาการ และ Safety Zone คือพื้นที่ปลอดภัย สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากร ส่วนการจัดการเรียนการสอน สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนทั้งในรูปแบบออนไซต์ หรือออนไลน์ หรือแบบผสมผสานหากมีความจำเป็น

สำหรับสถานศึกษาประเภทไป-กลับ สถานศึกษาควรมีพื้นที่แยกกักชั่วคราวเป็น School Isolation หรือ Community Isolation เพื่อรองรับหากพบนักเรียน ครู หรือบุคลากรในสถานศึกษาติดเชื้อโควิด-19 พร้อมกับจัดพื้นที่ให้เป็นจุดคัดกรองที่เหมาะสม และจัดจุดรับส่งสิ่งของ จุดรับส่งอาหาร หรือจุดเสี่ยงอื่นด้วย ส่วนการจัดการเรียนการสอน สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้งรูปแบบออนไซต์ หรือออนไลน์ หรือแบบผสมผสานหากมีความจำเป็น

ส่วนที่ 4 แนวปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของสถานศึกษา สำหรับสถานศึกษาประเภทพักนอก กรณีครู นักเรียน เป็นผู้เสี่ยงต่ำ ให้เปิดเรียนออนไซต์ตามปกติ ปฏิบัติตามมาตรการ 6-6-7 และ Universal Prevention กรณีครู นักเรียน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หากไม่ได้รับวัคซีน ให้จัดการเรียนการสอน หรือดำเนินกิจกรรมใน Quarantine Zone เป็นเวลา 5 วัน และติดตามสังเกตอาการอีก 5 วัน กรณีได้รับวัคซีนครบโดส หากไม่มีอาการ ไม่แนะนำให้กักตัว แต่ถ้ามีอาการให้ตรวจหาเชื้อด้วย ATK กรณีครู นักเรียน เป็นผู้ติดเชื้อ ให้สถานศึกษาพิจารณาร่วมกับสาธารณสุข ให้แยกกักตัวที่โรงเรียน กรณีไม่มีอาการให้จัดการสอนตามความเหมาะสม

สำหรับสถานศึกษาประเภทไป-กลับ กรณีครู นักเรียน เป็นบุคคลเสี่ยงต่ำ ให้เรียนในสถานศึกษาตามปกติ และปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention กรณีครู นักเรียน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หากไม่ได้รับวัคซีนโควิด ให้กักตัวเป็นเวลา 5 วัน และติดตามเฝ้าระวังอีก 5 วัน กรณีได้รับวัคซีนครบโดส หากไม่มีอาการไม่แนะนำให้กักตัว ควรพิจารณาให้ไปเรียนได้ กรณีครู นักเรียน เป็นผู้ติดเชื้อ ให้แยกกักตัวที่บ้าน หรือพิจารณาจัดทำ School Isolation

ส่วนแผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกันแพร่ระบาดของโควิด-19 ของสถานศึกษา กรณีไม่พบผู้ติดเชื้อยืนยัน ให้สถานศึกษาเปิดเรียนออนไซต์ปกติ เน้นเฝ้าระวัง ตรวจคัดกรองกลุ่มเปราะบาง กรณีพบผู้ติดเชื้อไม่เกิน 2 ห้องเรียน และไม่เกิน 5 ราย ให้ปิดห้องเรียนที่พบผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาด และให้เปิดใช้ห้องเรียนต่อได้ ส่วนห้องเรียนอื่นเปิดเรียนออนไซต์ตามปกติ งดกิจกรรมรวมกลุ่ม หากพบผู้ติดเชื้อยืนยันตั้งแต่ 3 ห้องเรียนขึ้นไป หรือตั้งแต่ 6 รายขึ้นไป ให้ปิดห้องเรียนที่พบผู้ติดเชื้อ เฉพาะห้องนั้นๆ ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาด และให้เปิดใช้ห้องเรียนได้ ห้องเรียนอื่นให้เปิดเรียนตามปกติ ส่วนการปิดเรียนทั้งชั้นเรียน หรือปิดสถานศึกษาเป็นอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

และ ส่วนที่ 5 หลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับการใช้อาคาร หรือสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาเพื่อการสอบ การฝึกอบรม หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก หากมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกินกว่า 1,000 คน ในพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำมาตรการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาต่อไป