ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อุปนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ บรรยายพิเศษ เรื่อง “ ใต้ร่มพระบรมราชูปถัมภก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในรัชกาลที่ ๙ ”
เมื่อเวลา 16.30น.วันที่ 26 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น 2 ห้อง 212 อาคารมหิตลาธิเบศร ถ.พญาไท เขต ปทุมวัน กทม.สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดบรรยายพิเศษ เรื่อง “แลรูปเล่าเรื่อง ใต้ร่มพระบรมราชูปถัมภก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในรัชกาลที่ ๙ ” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อุปนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ และ อาจารย์จรรมนง แสงวิเชียร อดีตคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ เปิดเผยว่าที่ได้ใช้เวลาเล่าสู่กันฟังโดยใช้เวลาเกือบ 2ชม.นี้ ไม่ได้แปลว่าพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เฉพาะเจาะจงกับคนหมู่ใดหรือมหาวิทยาลัยใดสถาบันใดเป็นการโดยเฉพาะ เพียงแต่วันนี้เราคุยกันถึงวงจำกัดที่เรามีความรู้และความทรงจำที่เรามีมาเล่าสู่กันฟัง โดยพระมหากรุณาธิคุณตลอดเวลาที่ผ่านมา 70 ปีนั้นมากมาย คำว่าพ้นที่จะรำพัน มีความหมายอย่างนั้นอย่างแท้จริงไม่ใช้ไพเราะเพียงแค่ภาษาและสิ่งที่เล่าเสนอต่อที่ห้องประชุมนั้นคือเรื่องราวที่เราพบมา ด้วยความโชคดีที่เราได้เกิดมาในแผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่าน วันนี้เรายังจำได้แต่ใครจะรู้ว่าความจำของเรานั้นจะอยู่กับเราอีกช้านานแค่ไหน ลูกหลานของเราในวันข้างหน้าและคนไทยที่จะเกิดมาในอนาคตเขาจะรู้ไหมว่า ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ เเม่ ของเขานั้นโชคดีแค่ไหน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ผมอยากจะชวนให้พวกเราทุกคนช่วยกันจด ช่วยกันบันทึก เพราะความจำเพียงอย่างเดียวอาจจะค่อยๆสูญหายไปตามกาลเวลาได้ และการบันทึกภาพของมวลชน ไม่ว่าการจดในรายละเอียดต่างๆ หรือของกลุ่มที่มีประสบการณ์ต่างๆ

ผมได้เสนอในที่ประชุมแล้วว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันนี้เราคุยกันถึงความทรงจำเพียงเท่านี้ ก็จะจำกัดไว้ในเพียงเท่านี้ก่อน จึงต้องช่วยกันจดเรื่องราวต่างๆ อาทิความทรงจำที่ผมเห็นอย่างนึง อาจารย์หรือบัณฑิตเห็นอีกอย่างหนึ่ง ให้เราช่วยกันบันทึกความทรงจำเหล่านี้เอาไว้ในอนาคตจะมีค่าและมีความสำคัญมาก ที่จะเป็นพยานให้โลกได้รู้ว่า เรื่องเล่าของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระองค์นี้ ไม่ใช่เป็นตำนานแต่เป็นความจริง ที่ทุกคนได้สัมผัสกันมาแล้ว กรม กระทรวง หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่างๆถ้าเราช่วยกันบันทึกสิ่งเหล่านี้เอาไว้ ผมจะขอความกรุณาจากกระทรวงวัฒนธรรมให้ช่วยกันบันทึกสิ่งต่างๆเหล่านี้ลงไปในหอจดหมายเหตุให้ช่วยรวบรวมบันทึกสิ่งต่างๆเหล่านี้ด้วยได้ไหม อย่างน้อยเราก็จะได้มีเอกสารที่เป็นจดหมายเหตุบันทึกเอาไว้ขึ้นมา และอีกวันสำคัญในวันที่ 14 ตุลาคมที่เพิ่งผ่านไป 10 กว่าวัน ซึ่งเป็นอีกวันที่อัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง ผมว่าทุกคนคงมีจังหวะหนึ่งของชีวิตที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในวันนั้น ผมขอให้พวกเราช่วยกันจด ช่วยกันเก็บ ช่วยกันบันทึกข้อมูลสิ่งต่างๆเหล่านี้เอาไว้ เพื่อสักวันหนึ่งเมื่อเราไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว เรื่องราวที่เป็นพระบารมีพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์จะถูกบันทึกเก็บเอาไว้ในโลกนี้ไปอีกนานเพื่อให้ลูกหลานและเยาวชนรุ่นต่อๆไปได้รับรู้ไปอีกนานครับ
และอีกหนึ่งเหตุการณ์ของพระองค์ท่านที่เกิดเหตุการณ์สร้างความประทับใจแก่บัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงมีพระปณิธาน ทรงอธิบายกับราชเลขาธิการว่า ท่านจะทรงยืนหยัดพระราชประสงค์ใน 2 เรื่องด้วยกันคือ 1.ท่านทรงอยากใกล้ชิดกับบัณฑิตแต่ละคน ในนาทีเสี้ยววินาทีในการรับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น พระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวข้างหนึ่ง มือของบัณฑิตข้างหนึ่งจับอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน ถ้าหากสองมือทำงานไม่พร้อมกันกระดาษก็จะหล่นร่วงลงไป บัณฑิตทั้งหลายซึ่งครั้งหนึ่งท่านนึกถึงจิตได้มีโอกาสจับสัมผัสกระดาษแผ่นเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ซึ่งความหมายไม่ใช่แค่กระดาษที่ใช้รับรองวุฒิการศึกษาของเราเพียงเท่านั้น ส่วนอีกเรื่องที่ท่านทรงสอนบัณฑิตตามพระราชประสงค์ให้เป็นแบบอย่าง ด้วยการที่ทรงพระราชทานปริญญาบัตรต่อเนื่องกันหลายวัน วันละหลายชั่วโมงนั้น ทรงเห็นว่าบัณฑิตอาจจะไม่กลับมาเรียนหรือรับการสั่งสอนจากมหาวิทยาลัยอีกแล้ว ซึ่งทางท่านราชเลขาธิการ ได้เสนอในการช่วยผ่อนพระราชกรณียกิจ ว่าให้ท่านทรงงดพระราชกรณียกิจในเรื่องนี้เถอะ ท่านก็ทรงยืนหยัดและอธิบายกับท่านราชเลขาธิการว่าต้องการสอนให้บัณฑิตรู้ว่า คนเราบางครั้งเราก็ต้องทำอะไรที่ไม่ใช้ความสุขของตัวเอง ความเหนื่อยหรือความยากเพื่อความสุขของคนอื่น สิ่งนี้ท่านทรงสอนด้วยการกระทำ การปฎิบัติ เพื่อทรงเป็นแบบอย่าง ซึ่งพระองค์ทรงหวังว่าบัณฑิตจะนำแบบอย่างนี้ไปใช้ในแนวทางการดำเนินชีวิตต่อไป พระมหากรุณาธิคุณในเรื่องเหล่านี้ ปรากฎมากี่สิบปีแล้วไม่รู้เหมือนกัน แค่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผมรวบรวมตัวเลขมาเมื่อ 2 วัน มีบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประมาณ 190,000คน (หนึ่งแสนเก้าหมื่นคน) หากนับรวมทั่วทั้งประเทศจะมากมายแค่ไหนผมนึกไม่ออก และไม่ใช่แค่พระราชทานปริญญาบัตร สิ่งที่ท่านพระราชทานให้กับคนไทยทุกคน 60 กว่าล้านคนนั้น นับคำนวณอะไรไม่ได้ เพราะบารมีท่านมากพ้นเกินจะรำพัน

