นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มีนายรอยล จิตรดอน เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ดำเนินการสรรหานายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา แทนตำแหน่งว่างนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการสรรหาและเสนอให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามแต่งตั้ง ครบแล้วทั้ง 23 แห่ง จากนี้จะมีการมอบนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อให้การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสอดคล้องกันทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี แต่โดยหลักการอำนาจการจัดการศึกษา เป็นของสภาสถาบันฯ ทั้งนี้ จากการเปิดรับนักศึกษาที่ผ่านมา 4-5 รุ่น พบว่า คุณภาพบัณฑิตเป็นที่พึงพอใจของสถานประกอบการ ซึ่งแม้จะมีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่า สถาบันการอาชีวศึกษา ยังคงต้องอยู่ในใต้กำกับ ศธ. โดยการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เนื่องจากเป็นการจัดการศึกษาคนละรูปแบบ โดยในส่วนของมหาวิทยาลัยสังกัด อว. จะเน้นความรู้ทางวิชาการ ภาคทฤษฎีเป็นหลัก ขณะที่สถาบันอาชีวศึกษาเน้นสอนภาคปฏิบัติ ในรูปแบบทวิภาคี
“สถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่ง จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2551 เริ่มรับนักศึกษาไปแล้ว 4-5 รุ่น โดยแต่ละปีมีผู้สนใจเข้าศึกษาต่อปีละกว่า 10,000 ราย ทั้งนี้ เมื่อตั้งนายกสภาสถาบันฯครบ 23 แห่งแล้ว ก็สามารถเดินหน้าบริหารงานสถาบันได้อย่างเต็มที่ โดยเป้าหมายสำคัญของสถาบัน คือ ผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งการผลิตบัณฑิตของสถาบันที่ผ่านมา ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และสถานประกอบการเป็นอย่างมาก” นายสุเทพกล่าว
เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า ส่วนการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2565 ของวิทยาลัยอาชีวศึกษา ทั่วประเทศนั้น ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่ได้รับรายงานนักเรียน นักศึกษา ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งได้กำชับกรณีพบการแพร่ระบาดในสถานศึกษา ให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด สำหรับยอดรับนักเรียน นักศึกษา สังกัด สอศ.นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ โดยต้องรอการสรุปข้อมูลการรับนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ในวันที่ 10 มิถุนายน แต่เท่าที่ดูเบื้องต้น พบว่าจำนวนรับนักศึกษาไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา แม้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาจเพราะ สอศ.มีโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ เพื่อให้โอกาสเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน โดยมีเป้าหมายรับนักเรียนกลับเข้าศึกษาต่อกว่า 5,000 คน

