สวธ.ยกย่องเชิดชูเกียรติ ‘จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์’ เป็น ศิลปาจารย์’65
นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า สวธ.มอบรางวัล “ศิลปาจารย์” พุทธศักราช 2565 แก่ จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ ผู้ก่อตั้งโรงหล่อบูรณะไทย และ “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” ครูช่างผู้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประติมากรรม “พระพุทธชินราชจำลอง” ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามเหมือนองค์จริงมากที่สุด จนได้รับการยกย่องให้เป็นเพชรน้ำเอกแห่งวงการช่างศิลป์ โดยได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาช่างฝีมือ แขนงช่างหล่อ จาก สวธ.เมื่อปี 2526 และยังได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณยกย่อง เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ประจำปี 2560 ได้รับรางวัลเพชรสยามเมื่อปี 2564 สาขาช่างฝีมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้รับรางวัลข้าของแผ่นดินด้านการส่งเสริมศาสนาและวัฒนธรรมเมื่อปี 2564 จากสำนักงานเอกลักษณ์ของชาติสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

“สวธ.ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปินที่เป็นต้นแบบอันดีงาม เป็นครูผู้เปี่ยมล้นด้วยองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม และยึดมั่นแนวทางปฏิบัติภารกิจในการธำรงรักษา อนุรักษ์ สืบสาน ถ่ายทอด และสร้างสรรค์พัฒนางานศิลปะและวัฒนธรรมไทย เพื่อมิให้มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติสูญหาย จึงให้ยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปาจารย์ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูศิลป์ ที่มุ่งมั่นอุทิศตนถ่ายทอดองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ให้เป็นสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยศิลปาจารย์ที่ได้รับการประกาศยกย่องนี้ จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท และได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มพร้อมโล่เชิดชูเกียรติ” นายชาย กล่าว

ทั้งนี้ จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2475 เป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก ในวัยเด็กได้รับการถ่ายทอดวิชาการปั้นจากบิดา ซึ่งเป็นช่างปั้นของวัด เมื่อเติบโตขึ้น ท่านเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งช่างเขียน ฝ่ายยุทธโยธา กองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก ระหว่างนั้นมีโอกาสฝึกงานการหล่อโลหะ ที่กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร และได้รับการถ่ายทอดวิชาประติมากรรมจาก ศ.ศิลป์ พีระศรี นายเขียน ยิ้มศิริ นายสนั่น ศิลากร ซึ่งเป็นประติมากรชั้นครู ต่อมาใน พ.ศ.2521 ลาออกจากราชการมาประกอบอาชีพช่างหล่อพระพุทธรูป และได้เริ่มบุกเบิกการปั้นหล่อองค์พระพุทธชินราชจำลอง จากความทรงจำที่ได้ไปสักการะอยู่เป็นนิจ ทำให้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และได้ก่อตั้งโรงหล่อบูรณะไทย นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่สร้างชื่อเสียง ได้แก่ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลักศิลาจารึกพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
โรงหล่อบูรณะไทย นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบสัมมาชีพแล้ว ยังเป็นโรงเรียนที่ถ่ายทอดวิชาการปั้นหล่อให้กับชาวบ้าน และผู้สนใจจำนวนมาก จนลูกศิษย์หลายต่อหลายรุ่นได้นำไปประกอบอาชีพหล่อเลี้ยงตนเอง และครอบครัว โดยรายได้จากโรงหล่อบูรณะไทย ยังเป็นน้ำที่หล่อเลี้ยง “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าเข้าชมเพียงหลักสิบบาทต่อคน เพื่อการสร้างประโยชน์ในการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น เมื่อ พ.ศ.2526 ด้วยเจตจำนงในการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน ให้เป็นแหล่งรวบรวม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง บรรยายให้ความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และจัดกิจกรรมเสริมความรู้นอกห้องเรียนให้แก่เด็ก นักเรียน เยาวชน ผู้สนใจทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเป็นครูผู้ให้ ยังขยายไปสู่การจัดตั้ง มูลนิธิจ่าสิบเอกทวี – พิมพ์ บูรณเขตต์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากไร้ และขาดโอกาสทางการศึกษา โดยได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนระดับประถม และมัธยม มาอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิเมื่อปี พ.ศ.2525 ได้ดำรงตนอยู่ได้ด้วยสัมมาชีพทางพุทธศิลป์ และนำความเชี่ยวชาญนั้นมาเป็นจุดตั้งต้นแห่งการเป็นครู และการเป็นผู้ให้กับสังคมมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานจวบจนปัจจุบัน จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ จึงได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปาจารย์ พุทธศักราช 2565



