รายงานการศึกษา : ส่อง ‘ชุมชนบ้านพบพระ’ โรงเรียนดี วิถีคุณภาพ
จุดเริ่มต้นของ “นวัตกรรม” มาจากความต้องการที่หลากหลายในการเรียนรู้ของนักเรียน และผู้ปกครอง ซึ่งการจัดการเรียนการสอนในห้องสี่เหลี่ยม ไม่ได้ตอบโจทย์ และความต้องการของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญ วันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะ เราได้เห็นการเรียนรู้ที่เป็นรูปแบบใหม่ วิถีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ดังนั้น โรงเรียนต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
สิ่งหนึ่งในฐานะผู้บริหารที่สามารถทำได้เลย คือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ และพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ให้ทันสมัย และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ส่งเสริม และสนับสนุนสื่อ อุปกรณ์ที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งเขาสนใจ จึงเป็นที่มาของนวัตกรรม “การพัฒนาระบบนิเวศเชิงความรู้โรงเรียนชุมชนบ้านพบพระโดยใช้แนวคิด NSITT สู่โรงเรียนดี วิถีคุณภาพ”

ดร.ภูรินท์ ชนิลกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านพบพระ เล่าว่า ระบบนิเวศเชิงความรู้คืออะไร คือระบบที่จะเกื้อหนุน และสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้ทุกคนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และความต้องการร่วมกัน ภายในพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่โรงเรียนพัฒนาขึ้น ทันสมัย สวยงาม มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีความสัมพันธ์กันเป็นพื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ พื้นที่การพบปะ และพื้นที่การแสดงออก ระบบนิเวศเชิงความรู้ จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
สำหรับแนวคิด NSITT สู่โรงเรียนดี วิถีคุณภาพ 5 ข้อ ที่ช่วยให้การขับเคลื่อนระบบนิเวศเชิงความรู้ประสบความสำเร็จ ได้แก่ N (Navigable) การมีตัวนำทาง หรือตัวแบบที่ดีจะช่วยให้ผู้เรียนเดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างตรงเป้า, I (Integrated) ผู้เรียนแต่ละคนมีความต้องการ หรือความพร้อมที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีการผสมผสานและบูรณาการรูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล, T (Targeted) ผู้เรียนควรได้เรียนรู้ตรงตามความต้องการ และจุดมุ่งหมายในเวลาที่เหมาะสม ด้วยทักษะ และวิธีการที่ใช่ และ T (Transparent) การให้ความรู้ ให้ทุกคนเลือกเรียนในสิ่งที่ต้องการ ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทั้งผู้ให้ความรู้และผู้เรียนรู้
โดยเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนานวัตกรรม คือ โรงเรียนมีระบบนิเวศเชิงความรู้ หรือแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียน โดยครูเป็นผู้สนับสนุนในการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็น Activities Learning หรือการจัดการเรียนรู้แบบ Problem-based Learning ที่สำคัญ การสนับสนุนจากเครือข่าย

ด.ญ.สุธีธิดา วัฒนะ นักเรียนชั้น ป.3/1 เล่าว่า ดีใจที่โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มาโรงเรียนแล้วมีความสุข ได้ฝึกเป็นไกด์ ได้เรียนทั้งภาษาพม่า ภาษาจีน ในศูนย์การเรียนรู้เหมือนอยู่เมืองจีน ที่ชอบมากคือห้องสมุดมีมุมให้อ่านหนังสือ มุมอินเตอร์เน็ต ได้เล่นเกมกระดานกับเพื่อน เหนื่อยก็นอนพักได้
นายสุพจน์ จักแก้ว กำนันตำบลพบพระ กล่าวว่า ต้องขอบคุณครู และผู้บริหาร ที่พัฒนาโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ เห็นภาพความตั้งใจของครู และผู้บริหารแล้ว ในฐานะคนในพื้นที่ ต้องช่วยสนับสนุน เพราะที่นี้คือบ้านของเรา แหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นเป็นประโยชน์มาก เช่น ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพราะพบพระคือเมืองเกษตรกรรม เด็กได้เรียนรู้แล้วแน่นอนสามารถเอาไปต่อยอดได้ในอนาคต
ปิดท้ายที่ นายญาณวุฒิ วงศ์ใหญ่สินศิริ ศึกษานิเทศก์ประจำพื้นที่ สรุปว่า ผู้บริหารนำนวัตกรรมมาใช้แล้วพัฒนาโรงเรียนได้ดีมาก เพราะระบบนิเวศเชิงความรู้สอดคล้องกับศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เข้าใจคน เข้าใจบริบทพื้นที่ เข้าถึงเครือข่ายที่หลากหลาย เข้าถึงชุมชน พัฒนาจนเป็นที่ประจักษ์ และครู จัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ นักเรียนพัฒนาตนเองเป็นคนเก่ง คนดี และอยู่ในสังคมได้


