รายงานการศึกษา : ห้องเรียนปลอดฝุ่น PM2.5 สร้างความภูมิคุ้มกัน น.ร.
ปัญหาหมอกควัน วนซ้ำกลับมาทุกปีในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ และสุขภาพของประชาชนอย่างมาก เป้าหมายหลักของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดย คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ และ ศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ คือต้องการจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดได้ลงพื้นที่จัดทำ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” (PM2.5 Cleanroom) และมอบหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ให้ 5 โรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ สิงห์อาสา รวมทั้ง ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มช.หรือ CCDC : Climate Change Data Center ผู้มอบเครื่องวัดปริมาณฝุ่น “DustBoy” เครือข่ายเครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศในการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่มีห้องเรียนที่ปลอดภัย เหมาะแก่การเรียนในช่วงสถานการณ์หมอกควัน สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กๆ ลดการเกิดอันตรายจากการแพ้ ผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน และอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคมะเร็ง โรคปอดอักเสบ และโรคหัวใจ ได้

ห้องเรียนปลอดฝุ่น ถูกพัฒนาโดยคณะทำงานฯ เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยแก่คนในพื้นที่ที่ต้องการ ด้วยหลักการ อุด-กั้น-กรอง คือ การอุดรูรั่วของห้องทั้งหมด แล้วกั้นไม่ให้อากาศข้างนอกเข้าไปข้างในได้ จากนั้นกรองอากาศข้างในให้สะอาด โดยเทคนิคสำคัญ คือการเติมอากาศสะอาดเข้าไปในห้องอยู่เสมอ ด้วยพัดลมที่มีเครื่องกรองอากาศผ่านทางท่อ และปิดช่องเปิดขนาดใหญ่ ด้วยการติดตั้งมุ้ง หรือผ้าม่านกันฝุ่นบริเวณหน้าต่าง หรือบานเกร็ดภายใน เพื่อควบคุมระดับของสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ทั้งเชื้อโรค ฝุ่นละออง ไอสารเคมี ก๊าซ หรือควัน
โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ นอกจากจะช่วยลดการสะสมของสิ่งปนเปื้อนในอวัยวะต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งความเจ็บป่วยแล้ว ยังช่วยลดความร้อน ควบคุมปัญหาเรื่องกลิ่น ความชื้น และคุณภาพอากาศภายในห้องด้วย
ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะทำงานฯ ได้จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับ โรงเรียนชุมชนวัดช่อแล ต.ช่อแล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นที่เรียบร้อย จึงเดินหน้าต่อจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับ โรงเรียนบ้านแม่กรณ์ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย และเริ่มดำเนินแผนการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นในอีก 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสกาดพัฒนา ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน โรงเรียนบ้ายห้วยปลากั้ง ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ โรงเรียนวัดศรีโพธาราม ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ มช.มุ่งหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการนำนวัตกรรม หรืองานวิจัยมาช่วยในการแก้ปัญหาแล้ว ยังเน้นการลงพื้นที่เพื่อส่งเสริมด้านการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิชาการ เพื่อสร้างรากฐานความเข้าใจให้แก่ประชาชน
เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาหมอกควัน อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด


