

การเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินไทยถูกปกคลุมไปด้วยความเศร้าโศก ในเวลานี้ผู้คนต่างประคองใจตนเองเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดตามเบื้องยุคคลบาท โดยพยายามถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์ ตามความถนัด และพรสวรรค์ของตนเอง
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จึงจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัย และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทยเป็นระยะเวลายาวนานผ่านกิจกรรม “ศิลปกรรมอาลัย ถวายไท้ ณ แดนสรวง” ณ บริเวณลานหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ศิลปะ 24 ชั่วโมง ให้พสกนิกรชมภาพจิตรกรรมบนฝาผนังอาคารเป็นเวลา 1 ปี ด้วยความหวังที่ว่าศิลปะจะสามารถเยียวยา และบรรเทาความเสียใจของตนเอง และคนในสังคม
รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.ได้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของงานจิตรกรรมบนฝาผนังว่า หลังนักศึกษาทราบข่าวการสวรรคตของพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รัก ทุกคนต่างเศร้าโศกเสียใจ นักศึกษาจึงรวมเงินกันคนละเล็กคนละน้อยซื้ออุปกรณ์ แล้วแอบวาดพระบรมสาทิศลักษณ์ที่ผนังด้านหลังคณะ เพื่อระลึกถึงในหลวงที่อยู่ในใจพวกเขาตลอดเวลา เมื่อตนทราบเรื่องจึงสนับสนุนให้วาดพระบรมสาทิศลักษณ์ทุกอาคาร เพื่อเป็นสถานที่ให้ประชาชนได้เดินทางมาร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

“ผมวาดรูปในหลวงมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่มีคนมายืนดูรูปในหลวงแล้วร้องไห้ นักศึกษา คณาจารย์ ร่วมด้วยช่วยกันแบบไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า ประชาชนที่ทราบข่าวก็ต่างมาร่วมเป็นกำลังใจ หอบหิ้ว น้ำ ขนม มาเสริมแรงกายแรงใจให้คนวาดรูป เป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ และคงไม่มีงานไหนที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อีก” รศ.ดร.นิยม กล่าว
จิตรกรรมภาพวาดบนฝาผนัง ล้วนเป็นผลงานไร้ลายเซ็น เพราะไม่ใช่ผลงานของจิตรกรคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการร่วมมือกันของทุกคน เฉกเช่นเดียวกันกับสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นจุดเริ่มต้นของคนปิดทองหลังพระ โดยมิได้มุ่งหวังให้ราษฎรจำว่าพระองค์ทรงทำโครงการใด แต่พระองค์ทรงงานอย่างหนักตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี มุ่งหวังเพียงยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไทยให้ดีขึ้น ศิลปะ 24 ชั่วโมงบนผนังอาคารจึงเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจ ที่ทำให้ประชาชนคนไทยยังรู้สึกว่าพระองค์ยังคงอยู่
นายกิตติภณ สุพล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาทัศนศิลป์ เอกจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.ตัวแทนนักศึกษาผู้มีส่วนร่วมในงานศิลปะครั้งนี้ เล่าถึงความประทับใจในฐานะเด็กเรียนศิลปะคนหนึ่งว่า

“หลังทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศิลปะเป็นสิ่งเดียวที่ผม และเพื่อนสามารถทำเพื่อในหลวงได้ พระองค์ทรงเป็นอัครศิลปิน ผม และเพื่อนๆ จึงร่วมกันวาดรูปพระราชกรณียกิจต่างๆ ทั่วบริเวณคณะศิลปกรรมศาสตร์ ทุ่มเทแรงกายแรงใจกันอย่างเต็มที่ ให้ภาพแสดงออกถึงความอาลัย และความจงรักภักดีที่ชาวศิลปกรรมศาสตร์มีต่อพระองค์ ด้วยหวังว่าประชาชนที่มาชมจะซาบซึ้งเกิดคุณค่าบางอย่างขึ้นภายในใจ”
หลายครั้งที่งานศิลปะชั้นยอด เกิดขึ้นจากสภาวะจิตใจที่อยู่ในความทุกข์โศก แต่มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตภายใต้ความซึมเศร้าได้เสมอไป “ความหวัง” และ “ศรัทธา” ต่างหากที่เป็นสิ่งหล่อหลอมในการดำเนินชีวิตในระยะยาว เช่นเดียวกับจิตรกรรมบนฝาผนัง จากฝีมือของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่นำความโศกเศร้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อเป็นช่องทางในการเยียวยา และบรรเทาความเศร้าของตนเอง
ด้วยหวังว่างานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวของพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชิ้นนี้ อาจมีคุณค่า และมีความหมายมากพอ ที่จะช่วยประคองสังคมให้สามารถทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตามเบื้องพระยุคคลบาทต่อไป

