‘ตรีนุช’ ให้การบ้าน ผอ.สกสค.จังหวัด เร่งดึงครูรุ่นใหม่สมัคร ‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ หลังพบสมาชิกลดลงทุกปี

20.06.22 | 13:17 น.

‘ตรีนุช’ ให้การบ้าน ผอ.สกสค.จังหวัด เร่งดึงครูรุ่นใหม่สมัคร ‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ หลังพบสมาชิกลดลงทุกปี

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนงาน โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.)  และงานบริหารสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จังหวัด ว่า สกสค.เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ เพราะมีหน้าที่สร้างขวัญกำลังใจ ดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลกรทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนงานต่างๆ ให้เกิดผลนั้น ต้องอาศัยผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัด ที่ได้รับการยอมรับ และถูกคัดเลือกเข้ามาดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาและขับเคลื่อนงานลงสู่ระดับพื้นที่ ดังนั้น ผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัด ถือเป็นตัวแทนของ ศธ. และสกสค. ที่จะลงพื้นที่ดูแลสมาชิกในทุกๆคน ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่ สกสค.ก็มีอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ยังค้างคาอยู่ และปัญหาใหม่ที่มีเข้ามา จึงอยากให้ผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัด ที่รู้ปัญหาในพื้นที่ของตนมาสะท้อน ระดมความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานของ สกสค. ซึ่งตนมอบหมายให้นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. รวบรวมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการ สกสค.พิจารณาต่อไป

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า กว่า 1 ปี 3 เดือน ที่ตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.​ ได้วางเป้าหมายว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นลำดับแรกๆ เพราะหนี้ครูถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ปัจจุบันครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในและนอกประจำการ มีปัญหาหนี้สินประมาณ 9 แสนคน มีภาระหนี้ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายคือต้องทำให้ครูอยู่ได้ มีเงินเดือนหลังหักไม่น้อยกว่า 30% ที่ผ่านมาได้ดำเนินการแก้ปัญหา ดังนี้ จัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับกระทรวงศึกษาธิการ ระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษา ใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน ซึ่งปัจจุบันมี 37 แห่ง เพื่อลดดอกเบี้ยให้ครู และจะขยายไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่อื่นๆ อีกต่อไป รวมทั้งเจรจากับธนาคารออมสินเพื่อจัดหา Soft Loan ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เพื่อที่จะลดภาระการเก็บดอกเบี้ยครูต่อไป

“หนี้สินครู ถือเป็นหนี้เกรดเอ เพราะใครเจ้าหนี้ของครูจะได้รับเงินจากการหักเงินเดือนอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันกลับพบว่า สมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ลดลงทุกๆ ปี อาจจะเป็นเพราะสังคมเปลี่ยนไป อีกทั้งครูรุ่นใหม่ๆ ไม่สนใจ เกิดคำถามว่าถ้าเป็นสมาชิก ช.พ.ค.และ ช.พ.ส. แล้วมีข้อดีอย่างไร และจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง เป็นหน้าที่ของผู้บริหาร สกสค.จังหวัด ที่ต้องลงพื้นที่ ทำงานเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจประชาสัมพันธ์ให้ครูรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเป็นสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ ช.พ.ค. และช.พ.ส. อยู่ได้ต่อไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา คณะกรรมการ สกสค.ได้หารือถึงการเพิ่มหารายได้ให้ สกสค. โดยเฉพาะหอพัก สกสค. และโรงพยาบาลครู เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผลประกอบการของ สกสค.ฝืดเคือง จึงให้ สกสค.ไปทบทวนการบริหารจัดการ เช่น ปรับราคาที่พักสำหรับบุคคลทั่วไป จากเดิมที่เก็บราคา 490 บาทต่อห้อง เป็น 700 บาทต่อห้อง ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษายังเก็บราคาเดิม ส่วนโรงพยาบาลครู อาจจะดึงภาคเอกชน หรือเอาท์ซอร์ส เข้ามาช่วยบริหารจัดการให้มีมาตรฐาน สามารถดูแลครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ส่วนความคืบหน้าการสรรหาเลขาธิการ สกสค. และเลขาธิการคุรุสภา ขณะนี้ทราบว่าหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการคุรุสภาได้จัดทำเสร็จแล้ว และได้ไทมไลน์ในการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 เดือน ก็จะดำเนินการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาได้ ส่วนการสรรหาเลขาธิการ สกสค.นั้น ต้องเร่งรัดให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. ยกร่างหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการ สกสค. ให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งดิฉันคาดว่ากระบวนการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการสกสค.จะใช้เวลาไล่เลี่ยกัน ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

Advertisement

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับ 10 และ 11 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยปีนี้มีผู้บริหารระดับ 11 เกษียณอายุราชการ คือ ปลัดศธ. นั้น ขณะนี้ตนกำลังตั้งเค้าดูความเหมาะสมอยู่ ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 3-4 เดือนที่จะหาผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง ปลัด​ศธ.