‘ตรีนุช’ เล็งถก ก.ค.ศ. แก้คำสั่ง คสช. หลังสภาไฟเขียวคืนอำนาจบริหารบุคคลให้เขตพื้นที่ฯ

24.06.22 | 13:48 น.

‘ตรีนุช’ เล็งถก ก.ค.ศ. แก้คำสั่ง คสช. หลังสภาไฟเขียวคืนอำนาจบริหารบุคคลให้เขตพื้นที่ฯ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ จ.พังงา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการลงมติเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องเสนอร่างพ.ร.บ.นี้ไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณา ถ้าวุฒิสภาพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะสามารถนําขึ้นทูลเกล้าฯประกาศราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มี 4 เรื่องหลักๆ คือ 1.ให้อํานาจหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเป็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ. ) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 2.การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้อํานวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า 3.ให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา โดยจํานวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กําหนด และ 4. นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กศจ. ยังคงมีอํานาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้เดิม ตามคําสั่งคสช. ที่ 19/2560 เช่น อํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการกําหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการจัดการศึกษา, เป็นศูนย์กลางการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในภาพของจังหวัดทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนาสถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในรูปแบบ ที่หลากหลาย , การให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ตลอดจนการยุบรวมเลิกสถานศึกษาหรือ แม้กระทั่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนที่เป็นอํานาจของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

“การแก้ไขคําสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาและให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทุกฝ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมาย ซึ่งดิฉันจะไม่รอให้การพิจารณากฎหมายแล้วเสร็จก่อน โดยจะมีการประชุม ก.ค.ศ.เพื่อเตรียมพร้อมออกหลักเกณฑ์และวิธีการได้มา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะ ก.ค.ศ.ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกันจะเตรียมความพร้อมในการรองรับบทบาทใหม่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสพท. ให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับใหม่ด้วย ส่วนรายละเอียดจะแก้ไขอย่างไร สำหรับการทุจริตปัญหาทุจริตเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นปัญหาในอดีต จะมาดูรายละเอียดและกำหนดเพิ่มเติม เพื่อให้ปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้น และทำให้ช่องว่างจุดต่างๆเหล่านั้นหายไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว

Advertisement