นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2559 โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ส่วนการคัดเลือกจะไม่มีการแบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป หรือกลุ่มประสบการณ์ ผู้สมัครต้องเลือกสมัครในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ได้เพียงแห่งเดียว หากสมัครเกินกว่า 1 แห่ง จะถูกตัดสิทธิทั้งหมด รวมถึงผู้สมัครต้องรับรองตนเองด้วยว่าหากได้รับคัดเลือก ในวันบรรจุ และแต่งตั้ง ต้องไม่ติดเงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเงื่อนไขอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด
นายชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการสอบ มอบให้ สพฐ.เป็นผู้ออกข้อสอบภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และให้กำหนดตัวชี้วัด องค์ประกอบ และคะแนนการประเมินในภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง สำหรับการจัดสอบ มอบให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สศศ.เป็นผู้ดำเนินการ โดยเกณฑ์การตัดสิน ผู้เข้าสอบจะต้องได้คะแนนสอบภาค ก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และได้คะแนนรวมภาค ก และภาค ข ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 สำหรับการบรรจุแต่งตั้ง ถ้าเขตพื้นที่ฯ ใดยังมีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่เดิม และยังไม่หมดอายุการขึ้นบัญชี ให้เรียกตัวผู้ได้รับคัดเลือกจากบัญชีนั้นก่อน แต่หากเขตพื้นที่ฯใดไม่มีการขึ้นบัญชีเดิมไว้ ให้เรียกตัวผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชี กศจ.ที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ตามลำดับที่ประกาศผลการคัดเลือก และตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร โดยไม่มีการขึ้นบัญชี เพื่อไม่ให้ผู้ที่ขึ้นบัญชีไว้แล้วต้องเสียสิทธิ
“ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจะต้องได้รับการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง และเรื่องใหม่ที่กำหนดไว้ในเกณฑ์นี้คือ เมื่อได้รับการบรรจุ และแต่งตั้งในสถานศึกษาแล้ว ภายในระยะเวลา 1 ปี ต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ ซึ่ง สพฐ.จะต้องไปกำหนดตัวชี้วัดที่จะใช้ประเมินการทำงาน และประกาศให้ผู้สมัครรับทราบก่อนเปิดรับสมัครคัดเลือก และใน 1 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ หากประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วไม่ผ่าน จะต้องถูกย้ายไปอยู่ในส่วนของอัตรากำลังทดแทน ตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 71 ที่กำหนดว่า ในกรณีที่มีความจำเป็น หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนที่ ก.ค.ศ.กำหนด” นายชัยพฤกษ์กล่าว
นายชัยพฤกษ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมตั้งเป้าว่าจะสามารถบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษารอบแรกให้ได้ภายในปลายเดือนธันวาคม 2559 ดังนั้น จากนี้ สพฐ.จะต้องไปกำหนดปฏิทินการจัดสอบ หลักเกณฑ์ และตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนการประกาศรับสมัคร นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบขยายเวลาให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) โยกย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน จากเดิมกำหนดให้ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน

