นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป สำนักพระราชวังจะมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ในพระบรมพระราชวัง จากเดิมที่กำหนดให้ขบวนพสกนิกรเริ่มตั้งแถวบริเวณถนนหน้าพระธาตุเพื่อเข้ามาทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี จากนั้นเลี้ยวขวาไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นเส้นทางใหม่โดยให้ขบวนพสกนิกรซึ่งเดินจากท้องสนามหลวงเข้าในพระบรมมหาราชวังทาง ประตูมณีนพรัตน์ เลี้ยวขวาก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิหารยอด เข้าสู่ตัววัดพระศรีรัตนศาสดารามฝั่งทิศเหนือ แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามทางพระระเบียงคดวนรอบพระระเบียงคดไปทางประตูสนาม ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเข้าสู่ถนนอมรวิถี บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน เดินตรงผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ประตูพระบรมมหาราชวังนั้น แบ่งออกได้เป็นประตูชั้นนอกและประตูชั้นใน ตั้งอยู่ที่กำแพงรอบนอกและกำแพงชั้นในของพระบรมมหาราชวัง รวมถึงกำแพงที่กั้นเขตพระราชฐานชั้นต่างๆ ตลอดจนกำแพงแก้วรอบพระที่นั่งบางองค์ที่สำคัญ ก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป
เมื่อแรกสร้างพระบรมมหาราชวัง ใน พ.ศ.2325 กำแพงและประตูยังเป็นเครื่องไม้ ปรากฏตามหมายรับสั่งว่าประตูพระบรมมหาราชวังชั้นนอกได้ฤกษ์ยก เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือนยี่ จุลศักราช 1144 ต่อมาใน พ.ศ. 2326 รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขปราการเสาระเนียดจากเครื่องไม้มาเป็นก่ออิฐถือปูน ส่วนประตูนั้นสันนิษฐานว่ายังคงเป็นแบบเดิม

ประตูมณีนพรัตน์ เป็นประตูชั้นนอก โดยเป็นประตูกลางของด้านทิศเหนือ ในอดีตเมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประตูนี้จะปิดอยู่ตลอดเวลา โดยเปิดออกใช้เฉพาะเมื่อมีการเชิญพระบรมศพออกตั้ง ณ พระเมรุที่ท้องสนามหลวง โดยกั้นเป็นทางฉนวนให้ “นางใน” ออกไปงานพระเมรุ และรื้อฉนวนออกเมื่อเสร็จงาน พร้อมทั้งปิดประตูนี้เช่นกัน
รูปแบบสถาปัตยกรรมของประตูแห่งนี้ มีลักษณะเป็น “ประตูซุ้มยอดปรางค์” เช่นเดียวกับประตูชั้นนอกแห่งอื่นๆ ได้แก่ ประตูพิมานเทเวศร์ ประตูวิเศษไชยศรี ประตูสวัสดิโสภา ประตูเทวาพิทักษ์ และประตูศักดิ์ชัยสิทธิ์ ซึ่งเป็นประตูที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนแปลงจากลักษณะประตู “แบบฝรั่ง” มาเป็นประตูซุ้มยอดปรางค์ ซึ่งถ่ายแบบมาจากประตูพระราชวังชั้นกลางของกรุงศรีอยุธยานั่นเอง
ข้อมูลจาก หนังสือสถาปัตยกรรม พระบรมมหาราชวัง เล่ม 1

