ครูมึน‘ของแพง’ เขย่า‘จานข้าว’ มื้อเที่ยงในร.ร.
ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น ต้นทุนพลังงานทั้งราคาน้ำมันดิบ ราคาก๊าซธรรมชาติ ธัญพืชและวัตถุดิบต่างๆ ที่พุ่งทะยาน โดยที่ เงินเฟ้อ ของไทยขยายตัวถึง 5.28% สูงสุดในรอบ 13 ปี นับจากช่วงที่มีสงครามอ่าวเปอร์เซีย
ต้นทุนพลังงานที่เกิดขึ้น ประชาชนจำนวนมากมีรายได้เท่าเดิมหรือลดลง ขณะที่ต้นทุนการดำรงชีวิตเพิ่มสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ทยอยปรับเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช ผักสด ผลไม้ ของกินของใช้อื่นๆ อีกมากมาย เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค
ไม่เว้นแม้แต่อาหารกลางวันของเด็กนักเรียนก็หนีไม่พ้นผลกระทบที่เกิดขึ้น
นายเสรี เจริญกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสระแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจซึ่งข้าวของ
ทุกอย่างแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการทำอาหารกลางวันเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาทำอาหารกลางวันเด็กนักเรียน มีการปรับราคาสูงขึ้นทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น เนื้อหมู เนื้อไก่ ผัก เครื่องเทศ และเครื่องปรุง
ขณะที่โรงเรียนวัดสระแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ในตัวเมืองนครราชสีมา ปัจจุบันมีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้น ป.6 อยู่ประมาณ 2,200 คน ปีที่แล้วได้รับการอุดหนุนค่าอาหารกลางวันจากรัฐบาล ผ่านมาทางเทศบาลนครนครราชสีมา หัวละ 20 บาท มาในปีนี้ที่ข้าวของแพงขึ้นทุกอย่าง จึงได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเพิ่มขึ้นอีกหัวละ 1 บาท เป็นหัวละ 21 บาท
เงินที่ได้เพิ่ม 1 บาท เมื่อเทียบกับวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาประกอบอาหาร รวมทั้งเครื่องปรุง และค่าก๊าซหุงต้ม ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นจากเดิมมาก บางอย่างราคาแพงขึ้นเท่าตัว ดังนั้นต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครั้นจะทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้สมทบเป็นทุนค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนก็ทำไม่ได้ เพราะถือว่าโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐมาแล้ว ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำขณะนี้คือต้องพยายามบริหารจัดการทำอาหารกลางวันให้เพียงพอและมีคุณภาพมากที่สุด
ผมได้กำชับกับฝ่ายโภชนาการของโรงเรียน รวมทั้งแม่ครัวว่าด้วยงบประมาณ 21 บาทต่อหัวเด็กนักเรียนนี้ จะต้องมีกับข้าวอย่างน้อย มื้อละ 2 อย่าง และมีของหวาน หรือผลไม้มื้อละ 1 อย่าง ส่วนวัตถุดิบ เช่น ผักให้ไปหาซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งจะได้ในราคาถูกกว่าซื้อที่ตลาด อย่างน้อยก็ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ขณะที่ของหวานนั้นก็จะเน้นไปที่ผลไม้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลไม้ออกผลผลิตมาก ราคาจะถูก และผลไม้จะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าของหวานทั่วไป โดยจะมีสมาคมผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา มาตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันเด็กนักเรียนต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาปรากฏว่าสามารถบริหารจัดการได้เป็นที่น่าพอใจ
ด้วยงบประมาณ 21 บาทต่อหัว ยืนยันว่าเท่านี้ไม่พอแน่นอน หากสถานการณ์ข้าวของทุกอย่างยังแพงอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพราะทางโรงเรียนไม่สามารถไปควบคุมราคาวัตถุดิบได้เลย โดยเฉพาะราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับนำมาเป็นวัตถุดิบอาหารกลางวันเด็ก ราคาสูงมาก แต่ก็จำเป็นต้องซื้อมาทำอาหารให้เด็กนักเรียน การเพิ่มเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้แค่ 1 บาท ซึ่งไม่สมเหตุสมผลเลย
เด็กๆ กำลังอยู่ในวันกำลังกินกำลังเรียน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่อยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งต้องเรียนหนักมากเพื่อที่จะสอบเข้าระดับมัธยม ดังนั้น ทุกคนจึงต้องได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพดีที่สุด บางคนต้องรับประทาน 2 จาน ซึ่งทางโรงเรียนต้องพยายามจัดหาอาหารกลางวันให้เพียงพอต่อความต้องการของเด็ก จึงอยากฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยพิจารณาเพิ่มเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย นายเสรีกล่าว
ขณะที่ นายไพฑูรย์ ทองปาน กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนสุราษฎร์ธานี และประธานเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี บอกว่า สินค้าขึ้นราคากระทบเป็นวงกว้าง ไม่ใช่กระทบเพียงเมนูอาหารกลางวันเด็กที่จะรับประทาน แต่กระทบทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่มาทำอาหารขายให้กับนักเรียน ซึ่งได้คุยกับพ่อค้าแม่ค้าจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะปรับราคาอาหารขึ้นก็จะไปมีผลกระทบกับเด็กๆ มาก
ตั้งแต่เปิดเทอมมาพบว่าหลายโรงเรียนทั้งโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าไม่กล้าเข้ามาประมูลทำอาหารขายเพราะต้นทุนที่สูงขึ้นจะมาขายในราคาเดิมก็สู้ไม่ไหว จะขายราคาที่สูงขึ้นก็เห็นใจนักเรียนและผู้ปกครอง บางรายสู้ไม่ไหวเลิกกิจการไปเลยหรือเปลี่ยนที่ขายใหม่ จากเดิมเคยมี 12 ราย ปัจจุบันเหลือไม่กี่รายที่มาทำสัญญาในส่วนของผู้ปกครองด้วยกันได้แก้ปัญหาทำอาหารกล่องให้ลูกๆ นักเรียนนำมากินที่โรงเรียน เพื่อให้ลูกๆ ได้กินและป้องกันการติดโควิดด้วยกัน ซึ่งนักเรียน ม.1 เข้าใหม่มี 400 กว่าคนไม่ใช่ทุกคนที่นำอาหารจากบ้านมาก็ต้องมาหาซื้อกินที่โรงเรียน
ผมกับผู้อำนวยการโรงเรียนได้เคยลองลงไปกินอาหารที่โรงอาหารเพื่อดูเด็กๆ นักเรียนกินอยู่อย่างไร เพราะเป็นห่วงในภาวะเช่นนี้อาหารอาจจะได้ไม่ครบทั้ง 5 หมู่ แต่ก็ต้องนึกถึงพ่อค้าแม่ค้าผักแพง น้ำปลา พริกขึ้นราคาหมดเขาจะอยู่อย่างไร เราก็ต้องคอยประคับประคองให้คนขายอยู่ได้และนักเรียนมีอาหารกิน ซึ่งอาหารกลางวันของเด็กเล็กจะมีปัญหามาก เคยมีโรงเรียนเอกชนใน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งไว้ที่หัวละ 22 บาท เดือนละ 21 วัน เก็บหัวละ 1,800-2,000 บาท พออาหารออกมาไม่ดีก็มีปัญหากับผู้ปกครอง เรื่องต้นทุนอาหารแพงและกระทบอาหารกลางวันนักเรียนทางกระทรวงศึกษาธิการไม่เคยพูดถึงเลย
นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ที่กำกับดูแลสำนักการศึกษา เผยว่า มีโรงเรียนระดับประถมศึกษาในสังกัด 11 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส จนถึง ม.3 จำนวน 3 แห่ง รวมนักเรียนกว่า 3,300 คน ซึ่งกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้อุดหนุนงบเฉพาะกิจ เป็นค่าอาหารกลางวันหัวละ 21 บาท
โรงเรียนได้จัดซื้อจัดจ้างวัตถุดิบมาปรุงอาหาร จากผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าตามงบอุดหนุน พร้อมจ้างแม่ครัวมาทำอาหารกลางวัน เพื่อลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยไม่ได้ซื้ออาหารสำเร็จรูปแจกนักเรียนอย่างใด การจัดซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหาร ทางพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้ขอปรับราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจาก สถ.ไม่ได้เพิ่มงบอุดหนุน ซึ่งเป็นข้อจำกัดเรื่องดังกล่าว ถ้ามีการขอปรับราคา ต้องดูว่า สถ.จะเพิ่มงบดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากค่าอาหารกลางวัน หัวละ 21 บาท ไม่เพียงพอต่อการทำอาหารดังกล่าว แต่โรงเรียนไม่ได้ปรับลดคุณภาพยังเป็นเมนูเดิม อาทิ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวผัด แกงจืด ผัดผัก และผลไม้ ซึ่งมีโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพนักเรียน
กระแสคลื่นจากสภาพสินค้าราคาแพง เขย่า จานอาหาร ของเด็กๆ ในโรงเรียนต่างๆ แล้ว

