พระสงฆ์รับและเก็บสะสมเงิน ได้หรือไม่
เจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารทรงสละเพศฆราวาสและราชสมบัติทั้งหลายอย่างหมดจดผุดผ่องก่อนจะเสด็จออกผนวชเพื่อการเข้าสู่โลกุตรธรรม เหตุเพราะทรงตระหนักดีว่าโภคทรัพย์และบริษัทบริวารทั้งหลายที่ห้อมล้อมรายรอบนั้นจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนา อีกทั้งการดำเนินชีวิตในทางโลกีย์อย่างปุถุชนทั่วไปย่อมแตกต่างและอยู่คนละชั้นวรรณะกับโลกทางโลกุตรธรรม ดังนั้นสิ่งที่ดูว่าจำเป็นต้องมีในทางโลก อาจกลับกลายเป็นสิ่งกีดขวางในทางธรรม
หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาว่าด้วย ไตรลักษณ์ อันได้แก่ ทุกข์ อนิจจัง อนัตตา จึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธพึงหันมาสมาทานและรำลึกไว้สม่ำเสมอ ทั้งนี้ เพื่อลดการยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกูหากชาวพุทธยังหลงติดอยู่กับการเก็บสะสมและยึดมั่นถือมั่นอยู่กับอัตตาตัวตนแล้ว ย่อมเป็นเหตุทำให้จิตดวงนี้หลงติดอยู่กับนิวรณ์และลุ่มหลงอยู่กับการเก็บสะสมเพื่อตัวกูของกูอยู่ตลอดไป
โภคทรัพย์ที่สั่งสมและวางกองอยู่ตรงหน้ามากมายนี่แหละที่ทำให้อัตตาตัวตนของผู้เก็บสะสมหนาแน่นพอกพูนยิ่งขึ้น โภคทรัพย์และอัตตาตัวตนนี้ได้เป็นเหตุทำให้การปฏิบัติทาน ศีล ภาวนาติดขัด วัตรปฏิบัติไม่งดงาม การเทศนาสั่งสอนญาติโยมไม่บังเกิดมรรคผล เหตุเพราะจิตดวงนี้ยังติดยึดอยู่กับความลุ่มหลงมัวเมากับการเก็บสะสม
การเก็บสะสมโภคทรัพย์จึงมาพร้อมกับอารมณ์ความรู้สึกว่าเป็นตัวกูของกู จิตที่ขาดการขัดเกลาด้วยศีล สมาธิ ปัญญาจะยิ่งทำให้ความลุ่มหลงอยากเก็บสะสมมีมากขึ้นจนไม่มีที่สิ้นสุด โภคทรัพย์จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติเพื่อเข้าสู่โลกุตรธรรมยากลำบากยิ่งขึ้น การเก็บสะสมได้เป็นเหตุนำพาและดึงดูดเอาความโลภ โกรธ หลง เข้ามาแทนที่ทาน ศีล ภาวนา อย่างสิ้นเชิง เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
การรู้จักฝึกปล่อยวางทางโลก การรู้จักฝึกเจริญสมาธิเพื่อให้จิตได้สัมผัสกับความสุขสงบและความว่างเปล่าของลมหายใจ หากขาดเสียซึ่งการปฏิบัติข้างต้นแล้ว จิตย่อมผูกติดอยู่กับนิวรณ์อันเกิดจากการเก็บสะสมอยู่ร่ำไป จิตดวงนี้จึงเข้าไม่ถึงหลักธรรมคำสอนว่าด้วยความเป็นอนัตตาและความว่างเปล่าไร้ตัวตน อันเป็นหลักธรรมคำสอนที่เป็นความจริงแท้แน่นอนอย่างเป็นที่สุด โภคทรัพย์ที่มีอยู่มากมายไม่อาจนำติดตัวไปได้ภายหลังความตาย มีแต่จิตที่สุขสงบและเปี่ยมด้วยกุศลผลบุญจากทาน ศีล ภาวนาเท่านั้นที่จะนำพาจิตดวงนี้ไปสู่ภพภูมิที่ประณีต
การสั่งสมโภคทรัพย์จึงเปรียบเสมือนการสร้างความลุ่มหลงในอัตตาตัวตนให้แก่ตนเองโดยเปล่าประโยชน์โดยไม่แยแสต่อหลักธรรมที่พร่ำสอนให้รู้จักการปล่อยวาง ให้รู้จักการให้ทาน การเสียสละเพราะผู้ให้ทานย่อมเป็นผู้มีความโลภน้อยกว่าผู้เก็บสะสม ผู้ให้ทานจึงไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ผู้ให้ทานจึงไม่โกหก ไม่ลักทรัพย์ เมื่อศีลดีพร้อมแล้ว ทั้งทานและศีลนั้นจะนำพาผู้ปฏิบัติเข้าสู่กรรมฐานแห่งสมาธิภาวนา
จิตที่ไม่เกาะยึดอยู่กับโภคทรัพย์ จึงเป็นจิตที่บริสุทธิ์สะอาด จิตที่อ่อนโยนไร้ซึ่งความหยาบกร้านจากอัตตาตัวตนเท่านั้นที่ยอมรวมลงเข้าสู่กรรมฐานตามรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกได้ ผู้ที่อยู่ในสมณะเพศที่มุ่งสู่โลกุตรธรรมพึงปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อขัดเกลาจิตใจให้รู้จักปล่อยวาง ผู้ปฏิบัติดีแล้วย่อมเห็นการเก็บสะสมโภคทรัพย์เป็นศัตรูตัวฉกาจต่อการเข้าสู่มรรค ผล นิพพาน
ต้องถามใจชาวพุทธผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายว่า ท่านต้องการสัมมาสติ สัมมาสมาธิที่เป็นอริยทรัพย์เพื่อภพชาติใหม่ที่ประณีตที่รออยู่ข้างหน้า หรือท่านต้องการสั่งสมโภคทรัพย์ที่ทำให้จิตของท่านหนักอึ้งด้วยนิวรณ์และความลุ่มหลง ซึ่งจะย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคขวางกั้นต่อการก้าวเดินเข้าสู่ภพชาติใหม่อันประณีต
ในครั้งพุทธกาล ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้เป็นผู้บริจาคเงินเพื่อสร้างวัดถวายแด่องค์พระศาสดา ท่านเศรษฐีได้นำเงินมาวางทอดและปูบนพื้นดินจนเต็มพื้นที่ที่จะจัดซื้อถวาย โดยองค์พระศาสดาไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินทองเลยแม้แต่น้อยไม่ปรากฏว่าพระพุทธองค์เอ่ยปากเพื่อขอเงินบริจาคหรือขอเป็นผู้รับเงินบริจาคจากญาติโยมด้วยพระองค์เอง พระพุทธองค์ไม่เคยขอให้ญาติโยมนำเงินบริจาคมามอบถวายโดยตรงให้แก่พระองค์เลย
พระพุทธองค์ไม่เคยขอรับเงินบริจาคเพื่อนำมาเก็บสะสมไว้โดยอ้างว่าจะนำไปสร้างโน่นสร้างนี่ มีแต่พุทธบริษัทผู้ศรัทธาทั้งหลายเท่านั้นที่เป็นผู้จัดหาจัดซื้อและจัดสร้างถวายให้เองตามความจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสมณเพศ พระพุทธองค์และสงฆ์สาวกทั้งหลายจึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินทองแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ภายหลังจากตรัสรู้แล้ว องค์พระศาสดาได้กลับไปเยี่ยมพระราชบิดาที่กรุงกบิลพัสตร์ ในคราวนั้นพระราหุลราชโอรสได้โอกาสขอเข้าเฝ้าพระพุทธองค์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทูลขอราชสมบัติจากพระพุทธองค์ องค์พระศาสดาทรงทราบความในใจ จึงทรงนำพระราหุลออกบรรพชาอุปสมบท เพราะมีพระประสงค์ให้พระราหุลมุ่งสู่อริยทรัพย์แห่งโลกุตรธรรมยิ่งกว่าการเก็บสะสมโภคทรัพย์
สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งแห่งบวรพระพุทธศาสนาคือ การสื่อความหมายและการแปลความในพระธรรมบทว่าด้วยพระสงฆ์ห้ามจับต้องเงิน จนกลายเป็นความเข้าใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไปว่า พระสงฆ์รับเงินได้ แต่ห้ามจับหรือถูกต้องตัวเงิน ซึ่งการแปลหรือสื่อความหมายเช่นนี้เป็นการแปลความแบบตัดตอนแบ่งส่วนยกเอาเฉพาะแต่ธรรมบทส่วนนั้นเพียงส่วนเดียวมาแปลเท่านั้น
แต่การแปลความที่ยอมให้พระสงฆ์รับเงินได้ในลักษณะเช่นนี้ย่อมไม่สอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนส่วนอื่นๆ ของพระพุทธศาสนาที่เป็นหลักธรรมสำคัญยิ่งกว่า อันได้แก่ธรรมบทที่ว่าด้วยเรื่องการปล่อยวาง การละอัตตาตัวตน การตัดขาดจากนิวรณ์ ตลอดจนหลักธรรมที่ว่าด้วยความเป็นอนิจจังและอนัตตา
การแปลความไปในทำนองข้างต้นว่าพระสงฆ์เก็บสะสมเงินทองได้ จึงเป็นการแปลความที่ไม่บังเกิดมรรคผลใดๆ ในทางพระพุทธศาสนา เพราะเพียงการห้ามจับต้องเงินนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อพระสงฆ์ในการรับและการเก็บสะสมเงินเลยแม้แต่น้อย พระสงฆ์จึงต่างยึดถืออยู่กับการเก็บสะสมเงินทอง วัตรปฏิบัติของพระสงฆ์จึงอ่อนด้อยลง อัตตาตัวตนที่ก่อตัวขึ้นจากการเก็บสะสมได้ทำลายวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์แตกกระจายจนไม่มีชิ้นดี
การเก็บสะสมเงินทองจึงมีแต่บั่นทอนความเป็นสมณะเพศของภิกษุสงฆ์และเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนพระพุทธศาสนาให้บิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียดน่ากลัว จนถึงขนาดกลับกลายเป็นการบวชเพื่อแสวงหาสมณศักดิ์และตำแหน่งแห่งหนเพื่อลาภ ยศ สักการะเป็นสำคัญยิ่งกว่าวัตรปฏิบัติอันงดงาม
การแปลความว่าพระสงฆ์เก็บสะสมเงินทองได้จึงเท่ากับเป็นการทำลายพระพุทธศาสนาและนำความอับอายขายหน้ามาสู่ชาวพุทธทั้งหลาย เมื่อผู้คนทั่วโลกต่างทราบว่าพระพุทธศาสนาเน้นสอนเรื่องการปล่อยวางและการละอัตตาตัวตนแต่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาของเรากลับมีฐานะร่ำรวย

