‘ศธ.’ ยันไม่ปิดเรียน ย้ำ ร.ร.เข้มมาตรการ 6-6-7 ป้องกันโควิดระบาด 

8.07.22 | 15:21 น.

‘ศธ.’ ยันไม่ปิดเรียน ย้ำ ร.ร.เข้มมาตรการ 6-6-7 ป้องกันโควิดระบาด

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่ามีการติดเชื้อมากขึ้นในกลุ่มนักเรียน ซึ่งที่ประชุมได้นำเสนอกรณีของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โดยจากข่าวที่มีการนำเสนอว่ามีนักเรียนและครูติดเชื้อกว่า 700 คนนั้น ในความจริงแล้ว เป็นตัวเลขติดเชื้อสะสมตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 และเมื่อเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อกับจำนวนนักเรียนที่มีทั้งหมดกว่า 5,000 คน จะพบว่ามีจำนวนนักเรียนและบุคลากรราว 10% ที่ติดเชื้อ โดยขณะนี้ยอดติดเชื้อจริงของนักเรียนและครูมีจำนวนสะสมอยู่ที่ 200 คน โดยที่ผ่านมาโรงเรียนใช้แผนเผชิญเหตุ คือ หากพบนักเรียนติดเชื้อ จะสั่งปิดเป็นรายห้อง และให้นักเรียนที่ห้องที่ถูกปิดไปเรียนออนไลน์แทน แต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าการติดเชื้อเด็กเพิ่มขึ้น ทางโรงเรียนจึงทำการสอบสวนโรค ร่วมกับกรมอนามัย จากการสอบสวนโรคพบว่า จุดแพร่ระบาดที่ทำให้นักเรียนติดเชื้อ ไม่ได้มาจากห้องเรียน แต่มาจากโรงอาหาร เพราะพบว่าขณะที่นักเรียนกินข้าวเสร็จแล้ว ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยทันที ทำให้เกิดการแพร่ระบาด นอกจากนี้ยังพบว่าการเดินทางระหว่างบ้านไปโรงเรียน และโรงเรียนไปบ้าน ของนักเรียนไม่มีความปลอดภัยมากพอ เพราะนักเรียนออกไปทำกิจกรรม เล่นกีฬา เดินทางก่อนกลับบ้าน ทำให้ติดเชื้อแล้วกลับมาแพร่เชื้อในโรงเรียน

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า หากนับตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีนักเรียนติดเชื้อประมาณ 100-200 คน ต่อมาตัวเลขติดเชื้อลดลงมาเรื่อยๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือก่อนวันที่ 15 มิถุนายน มีนักเรียนติดเชื้อหลักสิบคนเท่านั้น แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขนักเรียนที่ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นมาหลักร้อยคนต่อวัน และเพิ่มขึ้นเกือบ 200 คนต่อวัน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีนักเรียนติดเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนนั้น โรงเรียนสามารถเปิดเรียนออนไซต์ได้ตามปกติ อย่างโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แม้จะมีคนติดเชื้อ แต่วันนี้ก็เปิดโรงเรียนสอนตามปกติ แต่ทางโรงเรียนจะใช้วันหยุดราชการ ที่เป็นวันหยุดยาว จึงปรับการเรียนการสอน โดยในวันที่ 11-12 กรกฎาคม เรียนออนไลน์ทุกระดับชั้น ส่วนวันที่ 13-17 กรกฎาคม เป็นวันหยุดพิเศษตามประกาศของรัฐบาล งดการเรียนการสอน จากนั้นวันที่ 18-19 กรกฎาคม ให้นักเรียนเรียนออนไลน์อีกครั้ง เพื่อสังเกตอาการของนักเรียน และเปิดเรียนออนไซต์เต็มรูปแบบวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นการรีเซตใหม่ และตัดตอนการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งโรงเรียนทั่วประเทศสามารถปรับการเรียนการสอนให้เหมือนกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เพื่อทำการรีเซตใหม่ป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ได้

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกรณีของโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ที่พบว่ามีนักเรียนติดเชื้อ 84 คน ครูติดเชื้อ 18 คน รวมแล้ว 102 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีครูอาการหนัก 1 คน ส่วนนักเรียนและครูคนอื่นไม่มีอาการหนัก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะนักเรียนและครูได้รับวัคซีนมาแล้ว ซึ่งการแพร่ระบาดของนักเรียนนั้น ไม่ได้เกิดการแพร่ระบาดในห้องเรียน แต่เป็นการแพร่ระบาดช่วงจัดทำกิจกรรมร่วมกลุ่มจำนวนมาก ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีนักเรียนติดเชื้อจำนวนมากเหมือนกับโรงเรียนบุญวาทย์  ส่วนนักเรียนติดโควิด-19 รักษาตัวเองหาย และกักตัวครบตามที่กำหนดแล้ว ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ ให้สามารถกลับมาเรียนที่โรงเรียนได้เลย

ดังนั้น ขอให้โรงเรียนเคร่งครัดมาตรการ 6-6-7 นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำนักเรียนทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตร ล้างมือบ่อยๆ ส่วนบางกิจกรรมที่ทำร่วมกันแล้วต้องถอดหน้ากากอนามัย เช่น กินข้าว ขอให้นำอุปกรณ์ของตนเองมาใช้ งดเว้นการพูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร และหากจะพูดคุยกันขอให้ใส่หน้ากากอนามัยก่อน ส่วนการเล่นกีฬาของนักเรียน ขณะนี้ สธ.ได้อนุญาตให้ถอดหน้ากากระหว่างเล่นหรือซ้อมกีฬา แต่ ศธ.ขอแนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยก่อน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนอื่น เพราะขณะนี้เชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.5 และ BA.4 สามารถแพร่เชื้อได้เร็ว ส่วนการเกิดทางระหว่างบ้านไปโรงเรียน และโรงเรียนกลับบ้าน ขอให้ผู้ปกครองดูแลนักเรียน อย่าให้นักเรียนออกนอกเส้นทาง ทั้งนี้ ขอให้นักเรียนใส่หน้ากากอนามัยระหว่างเดินทางไปทุกที่ด้วย ละในช่วงวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ ขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างเข้มข้น การไปสันทนาการต่างๆ ให้พึงระมัดระวังเรื่องความแออัด และขอความร่วมมือนักเรียน เยาวชนทุกคน ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างจากคนอื่น ซึ่งหากเราทำแบบนี้อย่างเคร่งครัด โอกาสเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงก็จะน้อยลงนายสุภัทรกล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่มีการปิดโรงเรียนทั่วประเทศใช่หรือไม่ นายสุภัทรกล่าวต่อว่า จะไม่มีการปิดโรงเรียนเรียนเพื่อสอนออนไลน์แล้ว แต่การจัดการเรียนการสอนออนไลน์และการจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่นๆ จะเป็นแผนสำรองที่ให้แต่ละโรงเรียนไปพิจารณาใช้เท่านั้น สถานการณ์ขณะนี้ สธ.เชื่อว่าการระบาดระลอกนี้ เป็นการระบาดระลอกเล็ก อาจจะเป็นคลื่นสุดท้าย ซึ่งหวังว่ายอดผู้ติดเชื้อจะมีไม่มาก และมีเพียงจังหวัดใหญ่ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่านั้น ดังนั้นทุกจังหวัดต้องเข้มงวด ระมัดระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ศธ.จะเร่งฉีดวัคซีน เข็มที่ 3 ให้นักเรียนอายุ 12-18 ปี โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้มีนักเรียนฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ไปแล้ว 20.78% ทั้งนี้ หากนักเรียนคนใดฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 3-4 เดือน สามารถมารับวัคซีนเข็มที่ 3 ได้ทันที เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อไป

Advertisement