


ภาพหนึ่งภาพ บอกเล่าเรื่องราว บันทึกความทรงจำได้นับล้านความรู้สึก โดยเฉพาะในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ หลัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทำให้หัวใจชาวไทยทั้งประเทศตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า…
ความโศกเศร้าของประชาชนได้สะท้อนผ่านภาพถ่ายนับไม่ถ้วน และถูกนำมาถ่ายทอดผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย หนังสือพิมพ์ คลิปวิดีโอ ฯลฯ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ชาวไทยทราบข่าวร้ายว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เปรียบดังบันทึกประวัติศาสตร์ ที่พสกนิกรร่วมแรง ร่วมใจด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้
เป็นที่มาที่ทำให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี และศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) จัดรวบรวมภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวจากประชาชน สื่อมวลชน หน่วยงานต่างๆ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ที่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมาเพื่อจัดทำหนังสือ “จดหมายเหตุฉบับประชาชน” และสารคดี “สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เป็นการบันทึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญของประเทศและเผยแพร่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาต

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี บอกถึงการรวบรวมภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ว่า ภาพทุกภาพที่ถ่ายทอดผ่านสายตาประชาชน ทำให้เห็นบรรยากาศที่คนไทยรวมหัวใจรักและสามัคคี เป็นภาพที่น่าประทับใจ อย่างไรก็ตาม มีผู้ส่งภาพนิ่งมาแล้วจากทั่วประเทศกว่า 20,895 ภาพ และภาพวิดีโออีก 61 คลิป ซึ่ง วธ. ได้คัดเลือกภาพดังกล่าวนำมาจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้ชื่อ “สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยภาพที่นำมาจัดแสดงครั้งแรกในโอกาสครบรอบพิธีบำเพ็ญกุศล 15 วัน ปัณรสมวาร จะจัดแสดงตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน ประกอบด้วยภาพที่บันทึกโดยประชาชนทั่วประเทศ 89 ภาพ จากช่างภาพมืออาชีพของเมืองไทย 89 ภาพ ซึ่งประชาชนสามารถ
เข้าชมภาพทั้งหมดได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยนิทรรศการภาพถ่ายดังกล่าว จะมีการคัดเลือกภาพที่ประชาชนประทับใจมาจัดแสดงหมุนเวียน รวมทั้งจะเปิดให้โหวตภาพที่ประทับใจและจัดพิมพ์เป็นโปสการ์ดแจกให้ประชาชนทั่วไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

น.ส.ชลดา หริ่มเจริญ นักเรียนชั้น ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลปศาลายา จ.นครปฐม กล่าวว่า อาจารย์พาตนและเพื่อนๆ รวม 40 คน มาแจกสิ่งของให้กับประชาชนที่สนามหลวงและเลยมาเข้าชมนิทรรศการด้วย นับแต่วันที่พระองค์ท่านสวรรคต ยังไม่มีวันไหนที่ตนไม่รู้สึกสูญเสีย ตั้งใจว่าจะปฏิบัติตัวดีและเจริญรอยตามพระองค์ท่านเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ทำให้ได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านว่าทรงงานเพื่อประชาชนมากแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ตนจะทำดีเพื่อพ่อหลวง ปฏิบัติตัวเป็นคนดีและเดินตามรอยพ่อ

นายธนดล เอี่ยมวัฒนพงศ์ นักเรียนชั้น ม.2 วิทยาลัยนาฏศิลป ศาลายา จ.นครปฐม กล่าวว่า นิทรรศการนี้ทำให้รับรู้ถึงความรู้สึกของประชาชนว่าเสียใจและสูญเสียมากแค่ไหนกับการจากไปของพระองค์ท่าน อยากให้มาชมกันเยอะๆ
ขณะที่ ด.ญ.ศศิธร ชาตรีทับ และ ด.ญ.บุณฑริก พงษ์สัมณะ นักเรียนชั้น ม.1 จากวิทยาลัยนาฏศิลปศาลายา จ.นครปฐม บอกว่า รู้สึกตื้นตันใจที่ได้เห็นภาพที่รวบรวมเรื่องราวเหตุการณ์เสด็จสวรรคต ถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ส่วนตัวไม่ค่อยรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านมากนัก แต่เคยได้อ่านหนังสือและปู่ย่าตายาย พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าในอดีตในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯไปที่ทุรกันดาร ทรงงานหนักเพื่อประชาชนอย่างไรบ้าง ยิ่งมาเห็นภาพ ยิ่งตอกย้ำว่าพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชน และตั้งใจว่าจากนี้จะนำคำสอนของพระองค์ไปปฏิบัติ ทั้งนี้อยากเชิญชวนให้เพื่อนๆ มาชมนิทรรศการจะได้รับรู้เรื่องราวว่าทำไมคนไทยถึงรักพระองค์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องราวด้วย
ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของประเทศ แปรเปลี่ยนความโศกเศร้าและคราบน้ำตาให้กลับกลายเป็นภาพความสามัคคี สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช





