คณบดี ว.บริหารธุรกิจฯ มธบ.แฉกลโกงแก๊งตุ๋นเทรดคริปโทฯ แอบใช้ชื่อ-รูปผู้เชี่ยวชาญจริง หลอกลงทุน สูญเงินเพียบ แนะช่องทางตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยถึงกลโกงที่คนร้ายใช้หลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตนเอง โดยมีคนร้ายนำชื่อ และรูปถ่าย ไปแอบอ้าง และหลอกลวงคนมาลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ในช่วงที่ตลาดกำลังบูม จึงอยากนำมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อเตือนภัยสำหรับคนทั่วไปที่สนใจลงทุนในตลาดนี้ และบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการแนะนำการลงทุน ให้ระวังกลโกงของกลุ่มคนร้าย ที่อาจนำรูป และชื่อ ไปใช้ในการหลอกลวงสร้างความเสียหายให้กับบุคคลที่ถูกแอบอ้างได้
“สำหรับรูปแบบของการหลอกลวง ใช้วิธีการลักษณะมีนางนกต่อ โดยสร้างความรู้จักกันกับผู้เสียหายผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย หลังจากคุย และสร้างความสนิทสนมกันสักพัก แล้วเริ่มชักชวนให้ลงทุน โดยแนะนำให้รู้จักผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในเหรียญคริปโทฯ ซึ่งเป็นแก๊งเดียวกันที่แอบอ้าง หรือปลอมตัว โดยใช้ชื่อ และรูปของบุคคลอื่น มาสร้างโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ โดยบุคคลที่คนร้ายนำรูป และชื่อมาแอบอ้าง ส่วนใหญ่เป็นบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง หรือมีความรู้ด้านการลงทุน พร้อมกันนั้น คนร้ายจะสร้างเว็บเทรดปลอมขึ้น ให้เห็นว่ามีการเทรดจริงๆ โดยสร้างกราฟให้มีแนวโน้มการเติบโตดี และจะมีโอกาสสร้างกำไรได้ เพื่อหลอกให้เหยื่อสนใจ” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว
ผศ.ดร.ศิริเดชกล่าวอีกว่า คนร้ายที่แอบอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน จะโน้มน้าวให้ผู้เสียหายเปิดบัญชีเพื่อเทรด เบื้องต้นสร้างความไว้วางใจก่อน โดยยังไม่ให้ผู้เสียหายลงทุนเป็นสกุลเงินจริง เมื่อการลงทุนเติบโตได้ผลกำไรมากขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อเพราะเห็นการเติบโตของเม็ดเงินในบัญชีที่ผูกไว้กับการลงทุนในตลาดคริปโทฯ จะกล้าจ่ายเงินจริงลงไป โดยกลุ่มคนร้ายอ้างว่าหากจะถอนเงินกำไรที่ได้จากการเทรด ต้องโอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้สำหรับการเทรดก่อน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ และโอนเงิน จะสูญเงินที่โอนเข้าไปในจำนวนไม่น้อย ซึ่งวิธีการที่ทำให้เหยื่อตายใจ คือคนร้ายจะหลอกล่อด้วยการให้ผู้เสียหายได้รับเงินจากการเทรดจริงก่อนเพียง 1-2 ครั้ง แต่ภายหลังเมื่อโอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชีไปแล้ว จะไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ และสูญเงินไปในที่สุด
“ในกรณีของผม มีการแอบอ้างชื่อจริง นามสกุลจริง และรูปจริง โดยมีผู้เสียหายโทรเข้ามาติดต่อผมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการแนะนำการลงทุนในตลาดคริปโทฯ หลังจากพูดคุยกัน จึงทราบว่ามีคนนำรูป และชื่อของผม ไปใช้แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ หลอกแนะนำให้ลงทุนในตลาดคริปโทฯ โดยรูปผม คนร้ายนำมาจากสื่อโซเซียลต่างๆ พอผู้เสียหายตรวจสอบชื่อในสื่ออินเตอร์เน็ต จะมีทั้งรูป และชื่อจริง จึงกลายเป็นว่าผมมีตัวตนจริงๆ ผู้เสียหายหลายคนก็หลงเชื่อ แต่กรณีที่ผู้เสียหายรายนี้ได้ตรวจสอบ โดยค้นหาว่าผมอยู่สังกัดใด แล้วโทรเข้ามาหาผม เพราะเอะใจว่าชื่อบัญชีที่ให้โอนเงินเข้าไป กับชื่อในบัญชีไลน์ ทำไมไม่ตรงกัน จึงรีบตรวจสอบกลับมาที่สังกัดของผม จึงทราบเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกัน” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว
ผศ.ดร.ศิริเดชกล่าวอีกว่า อยากเตือนให้ทุกคนระวังกลโกงในลักษณะนี้ ทั้งกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง ที่อาจถูกนำรูปไปแอบอ้าง และผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดคริปโทฯ ต้องตรวจสอบให้ดี เพราะรูปแบบการโกงถูกปลอมขึ้นมาทุกอย่าง รวมถึง เว็บเทรดก็ยังปลอมด้วย ตลาดคริปโทฯ มีความผันผวนมาก คนที่จะเข้ามาเล่นต้องระวัง หากสนใจให้เข้าไปศึกษาใน CoinmarketCap.com ตรวจสอบกระดานเทรดที่คนร้ายปลอมขึ้นมาว่ามีอยู่จริงมั้ย นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบใบอนุญาตการแนะนำการลงทุนของผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุน เพราะผู้ที่จะแนะนำการลงทุนได้ ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น และการลงทุนในเว็บเทรดของจริง ต้องลงเงินจริงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ลงเงินแบบลมๆ ก่อนแบบนี้
“อยากฝากถึงทุกคนว่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ คนร้ายอาจหลอกล่อให้เราโอนเงินไป 50,000 บาท เพื่อแลกกับการถอนเงิน 100,000 บาท ออกมา แต่เงินก้อนนั้นกลับไม่มีอยู่จริง” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

