เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (263) 成语故事 (二六三)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 回天之力 huí tiān zhī lì (หุย เทียน จือ ลี่) โดย คำว่า 回 huí แปลว่า กลับ เอากลับ 天 tiān แปลว่าฟ้า สวรรค์ จักรพรรดิ 力 lì แปลว่าพลัง เมื่อร่วมกันแล้วจะหมายถึง พลังแห่งการดึงกลับ มีความสามารถในการห้ามปราม มีความสามารถในการพลิกกลับสถานการณ์ ซึ่งใช้เพื่ออธิบายถึงกระทำการพลิกสถานการณ์ที่ยากยิ่ง หรือไม่มีทางเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนเรื่องนี้กัน
จีนในช่วงการปกครองของจักรพรรดิถังไท่จง 唐太宗 Tánɡ Tàizōnɡ แห่งราชวงศ์ถัง ในทางประวัติศาสตร์จีนแล้ว ล้วนยกย่องว่าในยุคการปกครองของพระองค์ท่าน บ้านเมืองสงบสุข เศรษฐกิจดี ประชาชนมีกินมีใช้ ทั้งแผ่นดิน และวัฒนธรรมจีนได้แผ่ขยายอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง ถือเป็นยุคทองแห่งความรุ่งโรจน์ยุคหนึ่งของแผ่นดินจีน ทั้งนี้ เพราะความสามารถในการปกครองของพระองค์ ท่านเป็นคนที่ชอบฟังความเห็นรอบด้าน และยอมรับคำชี้แนะดีๆ จากเหล่าขุนนางอำมาตย์ ด้วยคุณสมบัตินี้ จึงส่งผลดีต่อการบริหารบ้านเมือง
นิทานสุภาษิตครั้งนี้ จะนำเสนอให้เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญหนึ่งที่ยืนยันนิสัยการรับฟังเหตุผล มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง หลังจากปราบปรามศึกเหนือใต้จนสำเร็จลงแล้ว พระองค์คิดจะบูรณะพระราชวังเก่าที่เมืองลั่วหยางซึ่งถูกทำลายไปในช่วงศึกสงคราม จึงทรงประกาศความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะทำการบูรณะพระราชวังแห่งนั้น ภายในท้องพระโรงเงียบกริบ ไม่มีขุนนางคนไหนกล้าเสนอความคิดเห็น พระองค์ท่านคิดว่าคงจะได้สมใจ
แต่ในขณะนั้นเอง ก็มีอำมาตย์นามว่า จางเสวียนซู่ 张玄素/張玄素 Zhānɡ Xuánsù ก้าวออกมาตรงกลางท้องพระโรง กล่าวคัดค้าน ทำให้พระองค์พิโรธ แต่จางเสวียนซู่ก็มิถอย และมิได้เกรงกลัว ยังให้เหตุผลว่า พระองค์เป็นคนรับสั่งให้ทำลายพระราชวังแห่งนั้นทิ้ง พร้อมกับให้เอาเสาไม้ เอาก้อนอิฐ และแผ่นหินในวัง ยกให้กับประชาชนขนไปสร้างบ้านเรือนของตนเอง แต่นี่ผ่านมาแปดปี พระองค์กลับคิดจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ จะให้ประชาชนเข้าใจท่านว่าเช่นไร สงครามเพิ่งสงบ บ้านเมืองเพิ่งได้รับการบูรณะ ต้องใช้งบประมาณอีกมากมาย หากสร้างพระราชวังนี้ขึ้นอีก ต้องเทงบประมาณส่วนมากไปสร้างวังแน่ แล้วประชาชนจะทำอย่างไร

(ที่มาภาพ:http://image.baidu.com/search)
ในประวัติศาสตร์ ราชวงศ์จิ๋นก็ใช้งบประมาณอันมหาศาลเพื่อสร้างพระราชวังอาฝางกงอันใหญ่โต จนทำให้บ้านเมืองกลียุค จักรพรรดิสุยหยางตี้ 隋炀帝/隋煬帝 Suí Yánɡdì สร้างคลองขนส่งยักษ์จนราชวงศ์ล่มสลาย ซึ่งหากพระองค์ท่านไม่ยอมละทิ้งความคิดสร้างวัง ท่านก็จะเป็นเหมือนราชวงศ์เหล่านั้น แต่พระองค์จะถูกสาปแช่งหนักกว่า และจะถูกคนรุ่นหลังเขียนประวัติศาสตร์ตำหนิท่านยิ่งกว่าใคร เพราะท่านรู้บทเรียนทางประวัติศาสตร์แล้ว แต่ยังเดินตามเส้นทางแห่งความล่มจมอีก
เมื่อจางเสวียนซู่กล่าวจบ ก็คิดว่าตนเองคงถูกปลด หรือไม่ก็ถูกประหารชีวิตเป็นแน่ แต่ไม่คาดคิดว่า เมื่อจักรพรรดิถังไท่จงเงียบไปสักครู่ ทรงหัวเราะตรัสด้วยเสียงดังว่า ยกเลิกการสร้างพระราชวังที่ลั่วหยาง เหตุการณ์นี้ก็เป็นสิ่งยืนยันแล้วว่า พระองค์ท่านคนเป็นรับฟังความเห็นอันดี และถูกต้องอยู่เสมอ และวีรกรรมของจางเสวียนซู่ ก็ได้รับการกล่าวขานสืบมา โดยผู้คนมักพูดว่าจางเสวียนซู่ผู้สามารถยั้งพลังอำนาจแห่งสวรรค์ (พระราชา)
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:能挽回严重局势的力量。
成語比喻:能挽回嚴重局勢的力量。
Chénɡyǔ bǐyù: Nénɡ wǎnhuí yánzhònɡ júshì de lìliànɡ.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เหนิง หว่านหุย เหยียนโจ้ง จวี๋ฉื้อ เตอะ ลี่เลี่ยง
สุภาษิตเปรียบว่า สามารถพลิกกลับสถานการณ์อันยากยิ่ง
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
公司的财经危机太严重,破产的日子早晚的事,再高明的经济家也难有回天之力。
公司的財經危機太嚴重,破產的日子早晚的事,再高明的經濟家也難有回天之力。
Gōnɡsī de cáijīnɡ wéijī tài yánzhònɡ, pòchǎn de rìzi zǎowǎn de shì, zài ɡāomínɡ de jīnɡjì jiā yě nàn yǒu huí tiān zhī lì.
กงซือ เตอะ ไฉจิง เหวยจี ไท่ เหยียนโจ้ง, พั่วฉ่าน เตอะ รื่อจึ จ๋าวหว่าน เตอะ ฉื้อ, จ้าย เกาหมิง เตอะ จิงจี้ เจีย เหย่ น่าน โหย่ว หุยเทียนจือลี่
ภาวะวิกฤตทางการเงินของบริษัทมันร้ายแรงมาก การล้มละลายจึงเป็นเรื่องไม่ช้าอีกแล้ว ยากนักที่จะหานักธุรกิจคนไหนมาช่วยพลิกสถานการณ์ได้อีก

