เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมบุญชูโรจนเสถียร ตึกอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ศูนย์อาเซียนศึกษา มธ. และสมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง โค้งสุดท้ายสู่ทำเนียบขาว ผลกระทบต่ออาเซียนและไทย
ผศ.ดร.วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า เหตุที่เราสนใจการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา ถ้าเราดูสภาพเศรษฐกิจ เราส่งออกไปที่อเมริกามากที่สด ขณะที่บริษัทอเมริกันลงทุนทีไทยใหญ่เป็นอันดับ 3 การเปลี่ยนผู้นำคือการเปลี่ยนนโยบาย และการที่เขาเป็นประเทศมหาอำนาจ บทบาทของเขากระทบทั้งโลก ยิ่งการเลือกตั้งครั้งนี้พลิกแพลงมากที่สุด ตัวแทนของพรรครีพับลิกันคือโดนัล ทรัมป์ เป็นคน “นอกคอก” ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาก่อน ขณะที่ผู้สมัครของเดโมแครต นายเบอรนี แซนเดอร์ แม้จะแพ้ฮิลลารี แต่มีจุดเด่นเรื่องนโยบาย แต่ไม่ว่าใครจะชนะ โลกจะไม่เหมือนเดิม เพราะทรัมป์ เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ในอเมริกันเคยยึดถือ ที่ผ่านมา หลักยึดดังกล่าวทำให้รายได้มหาศาลของเมริกาลงที่ชั้นบนซึ่งมี 20 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรอเมริกัน ลงไม่ถึงคนชั้นกลางที่มีจำนวนมหาศาล คนเหล่านี้จึงตกงาน ไม่ได้เงินเดือนเพิ่ม มีปัญหาเช่นประกันสังคม กลุ่มนี้เห้นว่าสิ่งที่ทรัมป์พูด สะท้อนความเป็นจริง แม้จะมองว่าพูดประหลาด แต่มีคนสนับสนุนเพราะสะท้อนความเป็นจริงบางอย่างในอเมริกา
ไม่ว่านางคลินตันจะสนับสนุนการค้าเสรี แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนทิศทางแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าเธอขึ้นมาจะเปลี่ยนทิศทางแต่ไม่ยกเลิกฟรีเทรด แต่ถ้าทรัมป์ขึ้นมา จะทำให้อเมริกากลับไปเหมือนสงครามโลกครั้งที่ 2 คือโดดเดี่ยว ไม่อยากยุ่งกับโลกเท่าไหร่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้
จุดหนึ่งที่น่าสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ คราวนี้ประหลาดและสำคัญที่สุด
ประหลาดที่สุดคือ 1.ทรัมป์มาจากไหนไม่รู้ ดำเนินนโยบายประชานิยม และเมื่อดูจากบุคลิก เขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นใจตัวเองมาก ต่างกับนายโรนัล เรแกน ซึ่งมั่นใจสูงเหมือนกันแต่เขารู้ตัวว่าตัวเองไม่รู้อะไร มีบุคลิกที่แพ้ไม่ได้ 2. ถ้าเขามา เขาอาจเป็นคนทำให้โลกเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เพราะไม่เก่งและอวดดี
ในสังคมอเมริกามี คน 3 กลุ่มคือ ฝ่ายซ้าย (เสรีนิยม) ฝ่ายขวา (อนุรักษนิยม) และพวกกลางๆ ในการสำรวจที่ผ่านมา คนที่เป็นฝ่ายขวามีประมาณ 38 เปอร์เซ็นต์ แต่ซ้ายกับกลางก็มี 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ การเลือกตั้งครั้งนี้ ประธานาธิบดี มีโอกาสแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลสูง ตอนนี้ ผู้พิพากษา 4 คนเป็นอนุรักษนิยม อีก 4 เป็นเสรีนิยม คนที่ 5 ที่ถูก ประธานาธิบดีคนใหม่ตั้งเข้ามา จะทำให้คะแนนเสียงเปลี่ยนไป มีโอกาสเปลี่ยนแปลง (ในความหมายว่าพลิกโฉมหน้าการพิพากษา) คำพิพากษาของอเมริกาที่กระทบ เรื่องการทำแท้ง ความเคร่งศาสนา คนเข้าเมือง สวัสดิการประชาชน ในส่วนของการต่างประเทศ ถ้าทรัมป์เข้ามาจะเปลี่ยน เวิลด์ออเดอร์ไป ทีพีพี (เขตการค้าเสรี) เป็นตัวที่ทำให้อเมริกาคงความเป็นมหาอำนาจตลอดศตวรรษที่ 21 ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผน อาจมีการเปลี่ยนไปซึ่งปัจจุบันทีพีพีให้ประโยชน์กับอเมริกามากอยู่แล้ว
ทรัมป์เข้ามา อาจทำให้ระบอบประชาธิปไตยพังพินาศไปได้ ทั้งนี้คิดว่าทรัมป์สร้างตำนานแล้ว ผลกระทบจากเขาจะยังมีอยู่ต่อไปแม้ว่าคลินตันจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี
ถ้าผมเป็นคนละตินและผิวดำไปลงเสียงมาก โอกาสที่คลินตันจะชนะมีสูง ถ้าผมเป็นอเมริกันผิวขาวที่เป็นชนชั้นกลาง จะเลือกทรัมป์เพราะเขาให้ประโยชน์กับผม แต่ถ้าเป็นคนต่างชาติ ละติน หรือผิวดำจะเลือกคลินตันเพราะเขามีข้อดีเรื่องความเท่าเทียม การค้า
บางทีสิ่งที่เป็นประโยชน์กับโลกอาจไม่เป็นประโยชน์กับไทย หากทรัมป์มา จีนกับรัสเซียอาจจะทำอะไรได้ตามใจชอบในยุโรป แต่ในเรื่องการทหารน่าจะดีกับไทยเพราะเขาไม่ค่อยรู้จักไทย ไม่ค่อยสนใจเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เขาอาจจะดึงบริษัทลงทุนจากอเมริกาจากประเทศไทย ส่วนคลินตันอาจจะดีกับโลกแต่ไม่ดีต่อไทย เพราะพรรคเขาให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี ภาวะโลกร้อน ถ้าเราทำสิ่งนี้ไม่ดี เขาจะลงโทษเราได้
ทรัมป์เป็นนักธุรกิจและเราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ เขาอาจตกลงกับจีนว่าใครเอาอะไร แต่คลินตันเรารู้ว่าเขาจะทำอะไรเพราะมีแผนอยู่ ในแง่หนึ่งทรัมป์อาจสร้างปัญหา อาจมีปัญหาเศรษฐกิจจากจีน แต่ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์หรือคลินตัน ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐต้องคงอยู่ต่อไป

