อดีต อจ.จุฬาฯเชื่อ ‘เอฟบีไอ’เมินสอบอีเมล์ ‘คลินตัน’ เหตุกลัวถูกปลด เพราะรู้ชนะเลือกตั้งชัวร์

7.11.16 | 21:10 น.
รศ.ดร. วิวัฒน์ มุ่งการดี (ภาพจาก http://www.chula.ac.th/th/archive/50019)

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมบุญชูโรจนเสถียร ตึกเอนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ศูนย์อาเซียนศึกษา มธ. และสมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง โค้งสุดท้ายสู่ทำเนียบขาว ผลกระทบต่ออาเซียนและไทย

รศ.ดร.วิวัฒน์ มุ่งการดี อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แปลกกว่าครั้งอื่นๆ อย่างไร

  1. การมีอารมณ์โกรธแค้นเกิดขึ้น เราจะจำได้ว่ามีการยึดวอลสตรีท นั่นเพราะคน 1 เปอร์เซ็น มีทรัพย์สมบัติ 40 เปอร์เซ็นต์ คนกลุ่มนี้มีโอกาสได้รับการศึกษาดีที่สุด มีไลฟ์ไสตล์ดีที่สุด มีโอกาสทำงานในบริษัทใหญ่ หาเงินได้มาก แต่มีโอกาสเข้าไปในดีซี เป้นการปิดกั้นคนอีก 99 เปอร์เซ็นต์ นี่คือความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นในสังคม เราจะเห็นว่าคนอย่างแซนเดอร์ ที่ไม่มีใครรู้จัก สู้กับคลินตัน จนคลินตันเหนื่อยหอบ ในที่สุดก็เอานโยบายของแซนเดอร์มารวม

2.คนอย่างทรัมป์ที่ไม่เคยเป็น สส. สว. สามารถขึ้นมาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ นโยบายของพรรคก็บิดเบี้ยวไป อย่างรีพับรีกัน ที่มีนโยบายการค้าเสรี ทรัมป์บอกว่าไม่เอา อยากให้เรียกองค์กรที่ไปลงทุนที่อื่น ให้กลับมา คนจะได้มีงานทำ ส่วนเดโมแครต คลินตันก็ไม่มีนโยบายแรงอะไรมา แต่เจอแซนเดอร์ ก็มีนโยบายที่เป็นรัฐสวัสดิการมากขึ้น คือ ช่วยเหลือคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ และช่วย นศ โดยการให้ค่าเล่าเรียนถูกที่สุด และต้องเก็บภาษีสูงขึ้น ซึ่งนั่นคือปัญหา

ขณะนี้ โอกาสที่คลินตันจะชนะมีมาก 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าคะแนนอยู่ 268 เสียง ถ้าชนะ 1 รัฐที่สวิงก็ชนะแล้ว แต่ทรัมป์จะชนะ ต้องได้สวิงสเตจ 4 รัฐ นั่นคือโอกาสของทรัมป์ ส่วนเรื่องเอฟบีไอไม่สืบสวนกรณีอีเมล์ของนางคลินตันต่อ มองว่าเขากลัวโดนปลด เพราะรู้ว่าคลินตันมาแน่

เป็นธรรมดาที่คนรวยโหวตให้รีพับรีกัน แต่รัฐที่รวย โหวตให้เดโมแครต เช่น แคลิฟอเนีย นิวยอร์ค เพราะมีคนจบ ปริญญาตรีมาก มีอุตสาหกรรมมาก มีพวกหมอ วิศว นักกฎหมาย คนงาน ผู้ใช้แรงงานมากก็จะโหวตให้เดโมแครต ในทางตรงข้าม คนระดับชั้นกลางหรือชั้นล่างลงมาโหวตให้เดโมแครต และรัฐเล็กๆซึ่งมีคะแนนค่อนข้างน้อยโหวตให้รีพับรีกัน กลุ่มนี้เอนเอียงไปทางเคร่งศาสนา อนุรักษ์นิยม จะโหวตให้รีพับรีกัน ซึ่งเป็นพรรคที่สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ครั้งนี้อาจจะมีการยกเว้นเพราะรัฐเล็กที่โหวตให้รีพับรีกันมีคนต่างชาติเยอะ กลายเป็นว่ารัฐเล็กจะกลายเป็นของเดโมแครต ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงข้อสังเกต ในทางสังคมศาสตร์ถือว่าไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว

Advertisement

สำหรับนโยบาย ทรัมป์มีนโยบายที่จะเจรจาเขตการค้าเสรีใหม่ เพราะทรัมป์คิดว่าอเมริกาเสียเปรียบ เพราะอุตสาหกรรมใหญ่ๆจะอยู่ในประเทศที่มีแรงงานถูกเช่นจีน ทรัมป์จะเรียกกลับเพื่อให้คนในประเทศมีงานทำ และจะลดภาษีให้กลับมาอเมริกา จาก 35 เปอร์เซ็นที่สูงที่สุดในโลกเหลือ 15 เปอร์เซ็นต์ และเขาอาจจะดึงเงินกลับโดยขึ้นดอกเบี้ย และการกีดกันผู้อพยพชาวต่างชาติเพราะว่ามาแย่งงานในอเมริกา แย่งงานชนชั้นกรรมาชีพ ซึ่งมีจำนวนมาก แม้จะเป็นชนบทก็ตาม นั่นคือสิ่งที่ทรัมป์พยายามจะพูด

นอกจากนี้ ทรัมป์ ก็มีปัญหาเรื่องประเทศพันธมิตร จะให้ประเทศอื่นช่วยออกค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่งทรัมป์มีความเข้าใจเรื่องนี้น้อย อย่างเนโต (เราเข้าใจมาตลอดว่า นาโต้ แต่เขาออกเสียงว่า เนโต) ฐานทัพในญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ก็ดี เป็นผลประโยชน์ของอเมริกา นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทรัมป์ไม่ลึกซึ้ง อย่างฐานทัพในญี่ปุ่นก็มีเพื่อไม่ให้โจมตีเพิร์ลฮาเบอร์อีก ส่วนฐานทัพในเกาหลีใต้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกาหลีเหนือบุกเกาหลีใต้ นี่เป็นผลตกทอดจากสงครามเย็น นี่ทรัมป์อาจจะไม่ลึกซึ้งเพราะไม่เคยมีตำแหน่งอะไร แต่ที่ยังไม่ออกเพราะต้องการจับตามองจีนว่าเคลื่อนไหวแค่ไหน จะทำอะไรบ้าง และถ้ามีการปะทะกัน ให้ปะทะกันไกลบ้าน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีลักษณะพิเศษอีก 2 อย่างคือ คล้ายระบบรัฐสภามากขึ้น ประชาชนพยายามที่จะเลือกประธานาธิบดีและ สว .พรรคเดียวกัน เพื่อให้การผ่านงบ หรือกฎหมายต่างๆ ง่ายมากขึ้น นั้นทำให้ สว. ของพรรครีพับรีกันที่เอาตัวออกห่างจากทรัมป์ซึ่งเป็นตัวแทนพรรค มีปัญหา รวมถึง จอห์น แมคเคน คนจะไปเลือกคนที่อยู่พรรคเดีวกับ ประธานาธิบดี นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเป้นของใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้