เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (266) 成语故事 (二六六)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 一字千金 yī zì qiān jīn (อี จื้อ เชียน จิน) โดย คำว่า 一 yī (อี) แปลว่า หนึ่ง 字 zì (จื้อ) แปลว่า ตัวอักษร 千 qiān (เชียน) แปลว่า พัน จำนวนพัน 金 jīn (จิน) แปลว่า ทองคำ เมื่อร่วมกันแล้วหมายถึง หนึ่งตัวอักษรหนึ่งพันทองคำ ซึ่งหนึ่งพันนี้ต่อมาได้มีการตีความว่าคือเหลี่ยง 两 (liǎnɡ) โดยในสมัยโบราณ 16 เหลี่ยงเท่ากับ 1 จิน (ชั่ง) แต่ในสุภาษิตจีนที่แปลเป็นภาษาไทยแล้วจะใช้คำว่าชั่งแทนเลย จึงมีความหมายว่า หนึ่งตัวอักษรมีค่าเท่าทองคำหนึ่งพันชั่ง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ประเทศจีนในยุคจั้นกั๋วตอนปลาย 战国末期/戰國末期 Zhànɡuó mòqí (จั้นกั๋ว มั่วชี) รัฐต่างๆ ดำเนินนโยบายผูกมิตร หรือไม่รุกรานกัน ด้วยการแลกเปลี่ยนราชโอรสระหว่างรัฐพันธมิตรด้วยกัน ดังนั้น ในช่วงนี้แต่ละรัฐจึงมีแขกที่เป็นองค์ชายจากต่างรัฐมาพำนักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเท่ากับจำนวนรัฐพันธมิตร หากรัฐได้ทรยศหักหลังต่ออีกรัฐหนึ่ง คนที่โชคร้ายแรกสุดก็คงหนีไม่พ้นราชโอรสทั้งหลายเหล่านี้ หากให้เห็นภาพชัดขึ้นมันก็คือการส่งตัวองค์ชายไปเป็นตัวประกัน ซึ่งเป็นกลวิธีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในยุคที่ไม่มีใครไว้วางใจใครได้ง่ายๆ
ที่รัฐฉิน (จิ๋น) 秦国/秦國 Qín Guó (ฉินกั๋ว) มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า ลหวี่ปู้เหว่ย 吕不韦/呂不韋 Lǚ Bùwěi ครอบครัวเขามีอาชีพค้าขายข้ามรัฐ มีครั้งหนึ่งที่เขาไปค้าขายในรัฐจ้าว 赵国/趙国 Zhàoɡuó (จ้าว กั๋ว) แล้วบังเอิญได้พบองค์ชายรัฐฉินนามว่าจ้วงเซียงหวัง 庄襄王/莊襄王 Zhuānɡ xiānɡ wánɡ ทั้งสองพูดคุยถูกคอจึงคบหาเป็นเพื่อน ตั้งแต่นั้นมาลหวี่ปู้เหว่ย ก็คอยช่วยเหลือจ้วงเซียงหวังอยู่เรื่อยมา จนถึงขั้นได้ยกอนุภรรยานามว่าจ้าวจี 赵姬/趙姬 Zhao jī ให้เป็นภรรยาของจ้วงเซียงหวัง และต่อมาจ้วงเซียงหวังได้ขึ้นครองราชย์ จึงได้ตอบแทนลหวี่ปู้เหว่ยแต่งตั้งเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มีอำนาจมากล้นในราชสำนักแห่งฉิน
ลหวี่ปู้เหว่ยในช่วงที่เรืองอำนาจอยู่นั้น เขาได้รับเหล่าบัณฑิตปัญญาชนทั่วแผ่นดินจำนวนกว่าสามพันคน มาเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี โดยเขาให้โจทย์แก่เหล่าบัณฑิต นักคิด นักปกครองหลายว่า ทำอย่างไรจึงจะปกครองแผ่นดินได้อย่างมั่นคง ซึ่งกลุ่มปัญญาชนทั้งสามพันกว่าคนนั้นต่างก็ได้เขียนเสนอแนวทางการปกครองตามแนวทางของตน เมื่อรวบรวมแล้วปรากฎเป็นคำภีร์การเมืองการปกครอง ที่มีอักษรรวมกันสองแสนกว่าคำ เขาจึงให้ชื่อว่าคัมภีร์นี้ว่า ลหวี่ปู้ ชุนชิว《吕布春秋》 Lǚbù chūnqiū จากนั้นลหวี่ปู้เหว่ย ก็ประกาศไปทั่วแผ่นดินว่า หากใครที่สามารถอ่านบทความในคัมภีร์แล้วสามารถ หาช่องเติมคำลงไปได้ หรือเห็นว่ามีคำเกิน คำไม่เหมาะสม หรือคำที่ไม่มีประโยชน์

ที่มาภาพ: https://image.baidu.com/search/index?tn
ทุกๆ คำที่ได้เติมลงไปหรือตัดทิ้งไป จะได้รับเงินรางวัลทองคำหนึ่งพันจิน ดังนั้น คำว่าหนึ่งอักษรมีค่าดั่งทองพันชั่ง จึงมีที่มาจากคำประกาศของลหวี่ปู้เหว่ยคนนี้นี่เอง ซึ่งมันมีความหมายไปในทางที่ว่า คัมภีร์เล่มนี้เป็นสุดยอดวิชาว่าด้วยการเมืองการปกครองที่จะหาข้อด้อย หรือข้อติมิพบเลย ดังนั้น คำนี้ต่อมาจึงมักนำมาใช้พรรณนาถึงบทความที่มีคุณค่าสูง หรือใช้ชื่นชมบทความที่มีการใช้ภาษาหรือสำนวนได้ดีเยี่ยม จนไม่มีอะไรที่จะติหรือแก้ไขได้อีกแล้ว
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:称赞文辞精妙,不可更改。
成語比喻:稱贊文辭精妙,不可更改。
Chénɡyǔ bǐyù: Chēnɡzàn wénzhānɡ jīnɡmiào, bùkě zài ɡēnɡɡǎi.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : เชิงจ้าน เหวินจาง จิงเมี่ยว , ปู้เข่อ จ้าย เกิงก่าย
สุภาษิตเปรียบว่า ชมเชยบทความว่ายอดเยี่ยมจนไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อีก
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
他写的文章极好,文辞优美,真可说是一字千金啊。
他寫的文章極好,文辭優美,真可說是一字仟金啊。
Tā xiě de wénzhānɡ jí hǎo, wéncí yōuměi, zhēn kě shuō shì yīzìqiānjīn ɑ.
ทา เสี่ย เตอะ เหวินจาง จี๋ ห่าว, เหวินฉือ โยวเหม่ย , เจิน เข่อ ซัว ฉื้อ อีจื้อเชียนจิน อา
บทความที่เขาเขียนสุดยอด ภาษาสวยงาม ช่างมีค่าดั่งทองพันช่างเสียจริง

