มติชนมติครู : ถึงเวลาแล้วหรือยัง…ที่การผลิตครูประถม ต้องใช้ Metaverse?
คำว่า “Metaverse” มาจากคำว่า Meta รวมกับ Verse มีความหมายเป็นภาษาไทยว่า “จักรวาลนฤมิต” ซึ่งมีมานานแล้ว ตามที่ปรากฏในนิยายเรื่อง Snow Crash แต่งโดย นีล สตีเฟนสัน ในปี 1992 นับเป็นเรื่องราวของผู้คนที่ใช้ตัวตนดิจิทัลของตนเองเข้าไปอยู่โลกออนไลน์เสมือนจริง (metaverse) 3 มิติ ผู้คนต่างก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้ในรูปแบบของอวตาร (Avatar)
จากที่มาของคำว่า Metaverse ผู้เขียนสรุปความหมายได้ว่า Metaverse คือ การผสานเทคโนโลยีแห่งโลกเสมือนจริงในรูปแบบกราฟิก 3 มิติอันไร้ขอบเขต และสามารถเข้าถึงได้เช่นเดียวกับการท่องอินเตอร์เน็ต หรือนวัตกรรมที่สร้าง และผสานสภาพแวดล้อมของโลกจริงที่เราอยู่เข้ากับโลกเสมือนจริง เพื่อให้ผู้คนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ และทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านตัวตนที่เป็นอวตารแทนเราในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนใช้ชีวิตจริงมากกว่าโซเชียลมีเดียที่ใช้ในปัจจุบัน
การผสานเทคโนโลยีดังกล่าว จะอาศัยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ช่วยเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ให้กลายเป็นพื้นที่โลกเดียวกัน และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น ซื้อที่ดินบนโลกเสมือนจริง เล่นเกม ไปเที่ยวสวนสาธารณะ ดูคอนเสิร์ตในที่ต่างๆ หรือประชุมงาน เป็นต้น ผ่านอุปกรณ์สำคัญเรียกว่า แว่นตา VR ที่ช่วยทำให้สามารถใช้ชีวิตบนโลกเสมือนจริงผ่านการรับรู้ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น รับเสียง การสัมผัส
แต่ทว่าไปแล้ว Metaverse เป็นกระแสเขย่าวงการหลายวงการ รวมไปถึงวงการด้านการศึกษาอย่างจริงจัง เห็นทีจะมาจาก Mark Zuckerberg ที่เปลี่ยนชื่อบริษัท Facebook เป็น Meta พร้อมเปิดตัวว่ากำลังพัฒนาระบบ Metaverse
ด้วยการเปลี่ยนแปลงแบบผันผวนที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้ง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ปรากฏในปัจจุบัน ซึ่งเข้าสู่ยุค Metaverse นั้น ทำให้จักรวาลนฤมิตเข้ามามีบทบาทในหลายสาขาอาชีพ รวมทั้ง วงการการศึกษา โดยเฉพาะการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ที่ปฏิบัติการสอนหลัก คือ ครูประถมศึกษา จะต้องรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมยุคดิจิทัล เพื่อนำความรู้ดังกล่าวไปจัดการเรียนรู้ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล ในการเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กประถมศึกษา ให้ได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
มาถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นได้ว่า Metaverse กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในยุคปัจจุบัน และกำลังก้าวสู่โลกแห่งอนาคต เมื่อเป็นเช่นนี้
ผู้เขียนจึงขอนำเสนอแนวคิดหนึ่งในการปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรการผลิตครูประถมตามแนวทาง OBE (Outcome-based Education) ให้สอดคล้องกับบริบทสังคม เศรษฐกิจวัฒนธรรม ความจำเป็นในอนาคต และโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมถึง วิธีการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thai Qualifications Framework for Higher Education: TQF: HEd) เพื่อรองรับนักศึกษาครูประถมให้สอดคล้องกับยุค Metaverse สามารถนำความรู้ ทักษะการปฏิบัติการสอนมาใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และเป็นครูประถมศึกษาในยุค Metaverse ต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เขียนขอกล่าวโดยย่อว่า ภายหลังจากที่มีการพัฒนาหลักสูตร และกำหนดออกมาเป็นรายวิชาที่มีความทันสมัย และสอดคล้องกับยุค Metaverse แล้ว อาจารย์ผู้สอนที่รับผิดชอบรายวิชาต่างๆ จะเขียน มคอ.3 ตามแนวทาง OBE มีการวางแผนการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาครูตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ซึ่งรายวิชาดังกล่าวจะมีทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ที่บูรณาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างต่อเนื่องในทุกรายวิชา และทุกชั้นปี โดยผู้สอนร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในบางเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับยุค Metaverse เพื่อการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงรุก (Active Learning) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
ผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่าง ซึ่งสถาบันผลิตครูในแต่ละแห่ง อาจใช้ชื่อรายวิชาแตกต่างกันออกไป เช่น รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูประถมศึกษา ผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักศึกษาฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกันในโลกเสมือนได้ หรือรายวิชาที่สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาไทยสำหรับครูประถมศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาครูเข้าถึงบทเรียนเสมือนจริงในแต่ละยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ได้ หรือรายวิชาวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจ ตื่นเต้น และเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญ ผู้เขียนมองว่าในการฝึกปฏิบัติการสอนให้นักศึกษาครู นำศาสตร์ และศิลป์ด้านการสอนในระดับประถมศึกษาแบบบูรณาการ มีความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามสาระวิชา ผู้สอนสามารถจัดสถานการณ์ หรือโลกจำลองที่มีการสอนแบบจุลภาค (Micro teaching) เพื่อให้นักศึกษาครูปรับปรุงคุณภาพการสอนของตนเองได้อย่างง่ายดาย เกิดความมั่นใจ และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การฝึกปฏิบัติการสอนในชั้นปีสุดท้าย ที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดกับนักศึกษาครูประถมก็คือ สามารถนำเทคนิควิธีการดังกล่าวไปใช้ในการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาได้ด้วยเช่นกัน นักเรียนประถมศึกษาจะได้เกิดการเรียนรู้ผ่านการสอนแบบ Active Learning โดยใช้การสอนแบบ Metaverse เป็นฐานในบางเนื้อหาสาระที่เข้าใจยาก สามารถทำให้ง่ายขึ้น จากเรื่องไกลตัวให้เป็นเรื่องใกล้ตัว จับต้องได้ และเนื้อหาใดที่อันตราย สามารถทำให้ปลอดภัยได้ นี่คือข้อดีต่างๆ ที่นำ Metaverse มาใช้
อย่างไรก็ดี ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีข้อดี และข้อจำกัด เสมือนเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ Metaverse ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง ไม่สามารถใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้ทั้งหมด การนำ Metaverse มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน อาจทำให้เกิดปัญหาเด็กติดเกม และภาวะสมาธิสั้นจากการท่องโลก Metaverse ได้เช่นกัน
ดังนั้น ผู้เขียนมองว่าควรใช้เป็นเครื่องมือเสริมเติมเต็มในบางเนื้อหาสาระให้กับนักเรียน สิ่งสำคัญที่สุด บทบาทผู้สอนทุกระดับ ต้องสอนให้ผู้เรียนฉลาดรู้เท่าทันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้วย และต้องตระหนักว่าไม่มีเทคโนโลยีใดมาแทนที่ครูได้ เพราะครูต้องใช้ศาสตร์ และศิลป์ในการสอนเฉพาะด้าน มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู เป็นผู้หล่อมหลอมค่านิยมของครู คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
นี่จึงเป็นเพียงแนวคิดหนึ่งเท่านั้น ว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วหรือยังที่การผลิตครูประถมต้องใช้ Metaverse?

