สืบเนื่องกรณีผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะนั้น ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจพลิกล็อกในแง่ของการหักปากกาเซียนหรือโพลต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เพราะโพลคือการพยากรณ์อย่างหนึ่งที่มีตัวแปรมากมาย ประเด็นหลักที่น่าสนใจของเรื่องนี้ มี 3 อย่าง หนึ่ง คนลืมไปว่า บุคลิกของทรัมป์คือตัวแทนบุคลิกคนอเมริกันทั้งสิ้น เมื่อก่อนคนอเมริกันยังกล้าเลือกจอร์ช ดับเบิลยู บุช จึงไม่ได้น่ากลัวเลยถ้าปัจจุบันจะเลือกทรัมป์ เพราะสิ่งที่ทรัมป์พูดออกสื่อสาธารณะ ตรงใจคนอเมริกันหมดเลย แต่ไม่กล้าแสดงออกว่าชอบ เนื่องจากทรัมป์โดนวิจารณ์เยอะมาก ทั้งการพูดถึงผู้หญิง คนผิวสี และคนมุสลิม เรื่องเหล่านี้อยู่ในใจคนอเมริกัน แต่ไม่กล้าพูด ทรัมป์คือตัวแทนของอเมริกันที่อยู่ในหัวใจลึกๆ
ประเด็นนี้โยงกับประเด็นที่สอง คือ ปัญหาสังคมอเมริกันซึ่งซับซ้อนกว่าที่เห็นมาก ถ้าจะทำความเข้าใจการเมืองอเมริกัน ต้องเข้าใจ Race Politic คือ การเมืองเรื่องผิวสี ทรัมป์ไปขยี้แผลเก่า แผลเป็นของคนอเมริกันเยอะมาก เช่น การพูดถึงพวกลาติโน่ เรื่องการอพยพเข้าไปของคนจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบไม่ใช่แค่ความต่างด้านเชื้อชาติ แต่เป็นความต่างด้านสังคม เศรษฐกิจหรือแม้แต่การจ้างงานของชาวต่างชาติ
“การเมืองเรื่องเชื้อชาติ เริ่มขยายตัวรุนแรงมาก เช่น การไปซุ่มยิงตำรวจผิวขาว เข้าใจว่าเราลืมมิติเรื่องผิวสีและเชื้อชาติ เมื่อก่อนเชื่อว่าสังคมอเมริกันเป็นหม้อหลอมรวม แต่ส่วนตัวคิดว่าทรัมป์กำลังจะทำให้เห็นการกลับไปสู่รากเหง้าการเมืองอเมริกันอย่างชัดเจน
การที่ทรัมป์ชนะ อาจเพราะคนคิดว่าทรัมป์พูดถูก ชอบแนวคิดของเขา ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของคนอเมริกันในอนาคต
ประเด็นที่สามเป็นสิ่งที่คนห่วงกันมาก คือ นโยบายด้านต่างประเทศ ทุกคนคิดว่าทรัมป์ไม่มีทักษะด้านการต่างประเทศ สู้คลินตันไม่ได้ แม้แต่นักวิชาการอเมริกันก็บอกว่ากลัว แต่ส่วนตัวคิดว่าในระยะเวลาอันใกล้นโยบายด้านนี้คงไม่เปลี่ยนไปมาก เพราะการเป็นประธานาธิบดีต้องมีทีมที่ปรึกษาซึ่งจะคุมเขาอีกทอดหนึ่ง รีพับลิกันคงไม่ปล่อยให้ทรัมป์ทำอะไรตามใจตัวเอง เข้าใจว่าจะเห็นตัวแทนองค์กรด้านความมั่นคงที่รีพับลิกันถนัดเริ่มดึงเอาพวกนี้มาเล่นมากขึ้น จะเห็นอดีตทหารหลายส่วนเข้ามามีบทบาท และจะเริ่มเห็นบทบาทของเพนตากอนมากขึ้น
ที่น่าสนใจคือ ผลกระทบต่อคนไทย ซึ่งเอเชียยังคงสำคัญ แต่ทรัมป์อาจวางน้ำหนักความสนใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจการเมืองภายในของตนมากกว่า ดังนั้น การช่วยเหลือด้านงบประมาณ เศรษฐกิจ การทหาร อาจสมเหตุสมผลมากขึ้น การมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่า เอาอกเอาใจ จะไม่มี” ดร.ฐิติวุฒิกล่าว

