ช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว มีประเด็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมการศึกษา หรือ กยศ. ถกกันในสภาผู้แทนฯ เป็นหัวข้อถกเถียงถึงอนาคตของกองทุนนี้ที่อาจต้องปรับตัวขนานใหญ่ หากเมื่อถึงที่สุด ร่าง พ.ร.บ.ได้รับการแก้ไข ผ่านออกมาจนมีผลบังคับใช้
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เย่อกันพอหอมปากหอมคอต่อร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมฯ ในวาระสอง ต่างนำเสนอมีทั้งขอให้คิดดอกเบี้ยในราคาถูกและที่ไม่ให้คิดดอกเบี้ย รวมทั้งข้อปลีกย่อยอื่น ก่อนที่ประชุมจะเห็นสอดคล้อง ลงมติเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.เงินให้กู้ยืมฯ ฉบับของ อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทยเสนอปรับเนื้อหาไม่ให้คิดดอกเบี้ย ไม่คิดค่าปรับผิดนัดชำระ และให้มีผลย้อนหลังกับผู้กู้ยืมและคนค้ำประกันที่ได้ทำสัญญากู้ยืมก่อนหน้าที่ร่างกฎหมายจะบังคับใช้ หรืองดเก็บดอกเบี้ยและค่าปรับผิดนัดชำระ
จากนั้นที่ประชุมลงมติเอกฉันท์ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวในวาระที่สาม จึงเป็นประเด็นพาดหัวของหลายสื่อที่บอกว่า คนกู้หนี้ กยศ.เฮลั่น
ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล ไม่มีใครกล้าฟันธงว่า ในชั้นของวุฒิสภาจะเห็นชอบด้วยกับสิ่งที่สภาผู้แทนฯได้แก้ไขหรือไม่ ส.ว.บางคนให้สัมภาษณ์แล้วว่า จะพิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดยิบ และเสียง ส.ว.ไม่ได้ไปในทางเดียวกัน หลายคนไม่เห็นด้วยที่ปล่อยให้กู้ยืมแล้วคิดดอกเบี้ยเป็นศูนย์
เมื่อยืนห่างออกมาแล้วมองกลับไปที่ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืม ตั้งแต่กรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมฯ มี ส.ส.ที่ร่วมเป็น กมธ.ไม่น้อยกว่า 10 พรรค พอนำมาถกกันต่อวาระ 2-3 ในสภาผู้แทนฯ จนช่วยกันปลดล็อกหนี้ กยศ.ได้ เปรียบได้กับชัยชนะยกแรก ก็อดไม่ได้ที่จะถูกโยงเข้าเกมการเมืองจังๆ ถูกวิจารณ์กล่าวหาว่าล้วนเป็นการหาเสียงล่วงหน้าทั้งสิ้น เพราะคนที่กู้หนี้ กยศ.เป็นกลุ่มวัยเรียนหรือคนรุ่นใหม่ที่ถือเป็นฐานเสียงทรงพลังชี้เป็นชี้ตายในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าได้อย่างดี
ส่วนในชั้นของวุฒิสภา ก็เป็นหน้าที่ของ กยศ.ต้องจัดข้อมูลนำเข้าชี้แจงในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา เพื่อให้คล้อยตามด้วยเหตุและผล ทำให้เห็นว่า กยศ.จะมีผลกระทบอะไรบ้างหากดอกเบี้ยเป็นศูนย์ เพราะต่างเป็นห่วงวินัยทางการเงินของคนกู้หนี้ กยศ.
สมมุติหากต่อมา วุฒิสภาไม่เห็นด้วย ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็ต้องถูงส่งคืนสภาผู้แทนฯ กลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ในชั้นของ กมธ.ที่ต้องพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
ในอีกมุมหนึ่ง นักการเมืองที่ช่วยกันผลักดันดอกเบี้ยเป็นศูนย์ อยากให้นึกถึงผู้ที่กู้หนี้จาก กยศ.ก่อนหน้านี้ ทำไมสามารถจ่ายคืนครบทั้งต้นและดอกเบี้ยได้ น่าจะลองไปหาข้อมูลกันบ้างว่า ทำไมถึงจ่ายได้หมด หลายรายต้องใช้เวลานับสิบปี ทั้งที่ดอกเบี้ยเงินกู้มากกว่าปัจจุบัน รวมทั้งมีค่าปรับผิดนัดชำระอีก
เพราะต่างก็ถือหลักเดียวกับการกู้เงินของสถาบันการเงิน เมื่อกู้มาแล้วก็ต้องจ่าย รวมถึงดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บก็เป็นอันรับทราบมาตั้งแต่ต้น ยิ่งในส่วนของ กยศ.มีการตั้งอัตราดอกเบี้ยในจำนวนที่ต่ำอยู่แล้ว
คนที่ต้องทำหน้าที่บริหาร กยศ.ในส่วนของกระทรวงการคลัง ก็ขอมาตลอดว่าใครที่ยังมีหนี้ก็ช่วยกันผ่อนชำระหนี้ เพื่อให้กองทุนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ที่ปัจจุบัน สภาพคล่องของกองทุนก็อยู่ในลักษณะกองทุนหมุนเวียนไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน การคิดดอกเบี้ยเงินกู้เรียนในปัจจุบัน แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี มิได้เป็นการมุ่งแสวงหาผลกำไรจากส่วนนี้แต่อย่างใด สำหรับเงินที่คืนกลับมาก็เอาไปช่วยรุ่นน้องหรือคนรุ่นหลังต่อไป ก็เป็นเพราะเงิน กยศ.ที่ช่วยทำให้เรียนจบในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น สร้างเนื้อสร้างตัว มีอาชีพที่มั่นคงในปัจจุบัน มิใช่หรือ

