


เกือบเดือนที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าที่ปวงชนชาวไทยต้องพบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ แต่ก็ทำให้เกิดพลังแห่งความสามัคคี ที่มาจากความรักของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน สะท้อนผ่านภาพการร่วมแรงร่วมใจทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ซึ่งหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย
“บุหงาสราญรมย์” ดอกไม้ของพระราชา เป็นอีกหนึ่งกลุ่มพลังสามัคคี ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระองค์ท่าน นำโดย อนุสรณ์ กะดามัน ครูจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ที่ชักชวนเพื่อนครูมาร่วมกันนำดอกไม้และพวงมาลัยที่ประชาชนนำมาสักการะพระบรมศพ บริเวณโดยรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง มาทำเป็นบุหงา หรือเครื่องหอม เพื่อแจกจ่ายประชาชนได้เก็บเป็นที่ระลึก

ครูเก๋ หรือ กรนิกา ใจมุข ครูสอนวิชาภาษาไทย โรงเรียนวัดบวรนิเวศ หนึ่งในแกนนำจิตอาสา ที่ริเริ่มชักชวนเพื่อนพ้องมาทำ “บุหงาสราญรมย์” เล่าว่า หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต มีประชาชนนำดอกไม้และพวงมาลัยจำนวนมากมาสักการะพระบรมศพ เพื่อแสดงความอาลัย แต่ละวันดอกไม้เหล่านั้นจะถูกรวบรวมนำมาประดับไว้ที่พระราชอุทยานสราญรมย์ และจะถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยเมื่อเน่าเสีย ดังนั้น จึงคิดกันว่าควรจะนำดอกไม้เหล่านี้มาทำให้เกิดประโยชน์ ซึ่งครูอนุสรณ์เป็นคนต้นคิด เสนอให้นำดอกไม้มาตากแห้งเพื่อทำเป็นบุหงาแจกจ่ายประชาชนเป็นที่ระลึก
“ดอกไม้ที่ประชาชนนำมาแสดงความอาลัย เป็นสิ่งแทนใจถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อพระองค์ท่าน และดิฉันเองเคยได้ยินมาว่า ดอกไม้ที่ประชาชนนำไปถวายในหลวง ร.9 ที่โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ท่านก็ไม่เคยทิ้ง จึงคิดว่าดอกไม้เหล่านี้ก็ไม่ควรถูกทิ้งเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นดอกไม้ของพระราชา และพวกเราเองก็อยากทำให้มีคุณค่า เกิดประโยชน์ เป็นที่ระลึกทางใจสำหรับทุกคน พวกเราเริ่มจากศึกษาวิธีการทำบุหงาด้วยตัวเอง ไม่มีใครทำเป็นมาก่อน ค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน จนสามารถทำได้และสอนคนอื่นๆ ให้ทำตาม ทำให้รู้สึกดีและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีถวายพระองค์ท่านครั้งนี้” ครูเก๋กล่าว
กลุ่มจิตอาสา บุหงาสราญรมย์ เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนครูเพียง 4-5 คน ได้รับความสนใจขยายวงกว้าง จนถึงวันนี้มีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500 คน กว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำบุหงาออกมาแล้วหลายพันชุด กิจกรรมจะถูกจัดขึ้นในทุกๆ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และจะรวมกลุ่มทำบุหงาไปเรื่อยๆ จนกว่าดอกไม้จะหมด ซึ่งวันนี้ดอกไม้ที่ประชาชนนำมาสักการะ
ค่อยๆ ลดลง ดังนั้น ที่ผ่านมาทางกลุ่มจึงขอความร่วมมือจิตอาสานำดอกไม้หรือพวงมาลัยติดมือมาด้วย โดยนอกจากจะได้นำไปถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ตั้งอยู่ภายในพระราชอุทยานสราญรมย์แล้ว ยังสามารถนำดอกไม้เหล่านั้นมาทำเป็นบุหงาได้อีกด้วย

วิภาพร ศรีจอมขวัญ หนึ่งในจิตอาสา บอกว่า ตั้งใจพา ด.ญ.นันท์นภัส ศรีจอมขวัญ หรือ น้องน้ำขิง ลูกสาวมาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งที่ผ่านมาพยายามส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆ แม้จะยังเล็ก
แต่ก็คิดว่าจะค่อยๆ ปลูกฝังให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม รวมถึงจะค่อยๆ สอดแทรกแนวคิดในการใช้ชีวิตตามแนวพระราชดำรัสของในหลวง ร.9 ให้เขาได้เรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องความพยายาม ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ในการใช้ชีวิตและความพอเพียง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในอนาคต
ด้าน อัจฉลี งามเลิศวิทยากุล จิตอาสาซึ่งมาร่วมทำบุหงาเป็นครั้งแรก บอกว่า กิจกรรมนี้ตรงกับความคิดของตนเอง ที่เห็นว่าควรนำดอกไม้ที่ประชาชนนำมาสักการะพระบรมศพ มาทำประโยชน์ดีกว่านำไปทิ้งหรือทำเป็นปุ๋ย ภาพผู้คนมาร่วมทำกิจกรรมจำนวนมาก ทำให้รู้สึกปลื้มใจมาก และคิดว่าถ้าในหลวง ร.9 ทรงทราบ พระองค์ท่านก็คงจะดีใจเช่นกัน ที่เห็นภาพชาวไทยรักและสามัคคี ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ มากเช่นนี้ ทุกคนต่างมาด้วยใจจริงๆ เป็นภาพที่สวยงามและตนอยากให้เรารักกันแบบนี้ตลอดไป ซึ่งหากว่างก็จะมาร่วมทำบุหงาเรื่อยๆ

ขณะที่ พิสิทธิ์ศักดิ์ วรพงษ์สุคนธ์ เดินทางจากย่านรามคำแหง ตั้งใจมาร่วมทำบุหงาถวายในหลวง ร.9 เล่าว่า ช่วงแรกตนและเพื่อนได้ร่วมกันทำริบบิ้นแจกประชาชนย่านรามคำแหงอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่ามีกิจกรรมนี้จึงอยากเข้าร่วม เมื่อได้ทำก็รู้สึกดี ภูมิใจ ที่คนไทยยังคิดถึงพ่อหลวง ทำให้เกิดความรัก สามัคคี ซึ่งอยากให้ภาพและความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้มีความยั่งยืน ไม่อยากเห็นภาพคนไทยที่แตกแยกแบ่งพรรคแบ่งพวกเช่นเมื่อก่อน
กลิ่นหอมของบุหงา สราญรมย์ ยังหอมอบอวล แม้วันหนึ่งอาจจางไปด้วยกาลเวลา แต่ภาพความรัก ความสามัคคีที่คนไทยร่วมแรง ร่วมใจกันทำความดี ถวายในหลวง ร.9 ครั้งนี้ จะหอมติดตรึงใจปวงชนชาวไทยไม่จางหาย…



