หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (269) 成语故事 (二六九)

2.10.22 | 10:27 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (269) 成语故事 (二六九)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 有勇无谋/有勇無謀 yǒu yǒnɡ wú móu (โหยว หย่ง อู๋ โหมว) โดย คำว่า 有 yǒu (โหย่ว) แปลว่า มี 勇yǒnɡ (หย่ง) แปลว่า ความกล้าหาญ 无/無 wú (อู๋) แปลว่า ไม่ ไม่มี 谋/謀 móu (โหมว) แปลว่าแผนการ การวางแผน กลยุทธ์ เฉพาะในเรื่องนี้อาจจะแปลได้ว่า ความฉลาด เมื่อร่วมกันแล้วจะหมายถึง มีความกล้าหาญแต่ไม่มีแผนการ มีแต่ความหึกเหิมกล้าหาญ แต่ไร้แผนการที่เป็นกลยุทธ์ มีแต่ความกล้าแต่ไร้สมอง ใช้เปรียบเปรยกับคนประเภทที่มีนิสัยมุทะลุห้าวหาญ ตัดสินทำการใดด้วยอารมณ์ที่ไร้แผนการ ไร้ความรอบคอบ มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

ปลายยุคราชวงศ์ฮั่น ขันทีรวมกลุ่มสร้างอำนาจขึ้นเหนือราชวงศ์ ทำให้อาณาจักรราชวงศ์ฮั่นเกิดความระส่ำระสายยิ่ง บวกกับช่วงเวลาดังกล่าวเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนัก ชาวนายากจนข้นแค้นจนยากจะอยู่ต่อไปได้ จึงก่อเกิดกลุ่มกบฏขึ้นมากมาย ที่เลื่องชื่อยิ่งก็คือกบฏโพกผ้าเหลือง และเป็นจุดกำเนิดให้เหล่าขุนศึก เจ้าผู้ครองนครรัฐต่างๆ ถือโอกาสสะสมกำลังพล และสร้างอำนาจให้กับตนเอง บ้างก็ยกพลเข้าเมืองหลวง อ้างปราบโจร ปราบขันที แต่แล้วก็ถือโอกาสยึดอำนาจรัฐมาอยู่ในกลุ่มของตนเอง

โดยขุนศึกคนแรกที่ทำเช่นนี้ก็คือ ต่งจั๋ว 董卓 Dǒnɡ Zhuó (ตั๋งโต๊ะ) ต่อมาก็ถูกอำมาตย์หวังยฺหวิน 王云/王雲 Wánɡ Yún ใช้อุบายสาวงาม ทำให้สองพ่อลูก ต่งจั๋ว กับ หลวี่ปู้ 吕布 Lǚbù (ลิโป้) แตกคอกัน และฆ่ากันเอง จากจากนั้นอำนาจรัฐศูนย์กลางก็ตกมาอยู่ในมือของหวังยฺหวิน กับหลวี่ปู้ จากนั้นหวังยฺหวินเองก็ต้องถูกลูกน้องเก่าของต่งจั๋ว อันมีนามว่า หลี่เจว๋ 李催 Lǐ Jué กับ กัวซื่อ 郭汜 Guō sì ร่วมกันสังหาร พร้อมขับไล่หลวี่ปู้ออกไปจากเมืองหลวงได้สำเร็จ

มาถึงตอนนี้อำนาจรัฐก็ตกมาถึงกลุ่มของหลี่เจว๋ กับกัวซื่อ ขุนศึกทั้งสองคนนี้มีนิสัยไม่ต่างจากต่งจั๋ว นายเก่าของตนเลย นั่นก็คือมุทะลุดุดัน ห้าวหาญ ใจร้อน ชอบใช้กำลัง ดังนั้น เมื่อทั้งสองยึดอำนาจได้แล้ว จักรพรรดิ และเหล่าข้าราชบริพารทั้งหลายในวัง ก็ตกอยู่ในมือของทั้งสอง คราวนี้ก็ถึงคราวแบ่งสรรอำนาจกัน ความเป็นเพื่อนร่วมรบแบบเคียงบ่าเคียงไหล่ก็มลายหายสิ้น เหลือเพียงผลประโยชน์ที่ตนจะต้องได้มากที่สุดเท่านั้น

เมื่อตกลงกันไม่ได้ หลี่เจว๋ลงมือไว ฉกตัว จักรพรรดิฮั่นเซี่ยนตี้ 汉献帝/漢獻帝 Hàn xiàndì (จักรพรรดิฮั่นเหี้ยนเต้) ไปอยู่ในความคุ้มครองของตน และอาศัยอำนาจจักรพรรดิสั่งการใต้หล้า ส่วนกัวซื่อก็ไม่เบา กวาดต้อนเอาขุนนางในราชสำนักทั้งหมดไปเป็นตัวประกัน ค่อยขัดขวางการบริหารงานของหลี่เจว๋ ถึงตอนนี้แล้ว จึงมีเพื่อนเก่าที่เคยร่วมรบกันมาตั้งแต่สมัยต่งจั๋วมีชีวิตอยู่ ก็มาเตือนทั้งสองให้ร่วมมือกันเสียแต่โดยดี หาไม่เช่นนั้นจะต้องลงเอยเช่นเดียวกับต่งจั๋วนั่นเอง

Advertisement

แต่ทั้งหลี่แจว๋ และกัวซื่อ ต่างก็หยิ่งผยองในอำนาจทางทหารที่ตนมี จึงไม่ฟังเสียงใครมาเตือนทั้งนั้น ถึงคราวนี้ก็เป็นทีของคนฉลาดที่มองเหตุการณ์ออก จึงหาทางแหย่ลูกน้องของทั้งฝ่าย สุดท้ายทั้งสองคนก็ต้องพบชะตาไม่ต่างจากนายเก่าของตน นั่นก็คือถูกลูกน้องตนเองฆ่าตาย

เมื่อสิ้นอำนาจของทั้งสองคนแล้ว จักรพรรดิผู้น่าสงสารก็ถูก เฉาเชา 曹操 Cáocāo (โจโฉ) ช่วยเหลือ และเชิญเสด็จไปยังเขตอิทธิพลของตน เมื่อจักรพรรดิตกอยู่ในกำมือของโจโฉแล้ว อำนาจการบริหารบ้านเมืองก็เพิ่มขึ้นมากมายในกาลต่อมานั่นเอง

ซึ่งต่อมาจึงมีคนพูดอยู่เสมอว่า ถ้าพูดถึงด้านความสามารถในการรบ การทหารแล้ว ในยุคนั้นไม่มีใครอาจเทียบได้กับหลี่เจว๋ และกัวซื่อ แต่ทั้งสองต่างขาดเหมือนกันนั่นคือ ไหวพริบ หรือกลยุทธ์ จึงก็มีจุดจบเหมือนต่งจั๋วนั่นเอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:只有勇气,没有计谋。

成語比喻:只有勇氣,沒有計謀。

Chénɡyǔ bǐyù:Zhǐyǒu yǒnɡqì,méiyǒu jìmóu.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  จื๋อโหย่ว หย่งชี่, เหมยโหย่ว จี้โหมว

สุภาษิตเปรียบว่า มีแต่ความกล้าหาญ แต่ไร้กลยุทธ์

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

因为你做事有勇无谋 ,当然是要吃亏的,所以不要只怪别人啊。

因為你做事有勇無謀 ,當然是要吃虧的,所以不要只怪別人啊。

Yīnwèi nǐ zuòshì yǒu yǒnɡ wú móu,dānɡrán shì yào chīkuī de,suǒyǐ bùyào zhǐ ɡuài biérén ɑ.

อินเว่ย หนี่ จั้วฉื้อ โหยว หย่ง อู๋ โหมว, ตังหราน ฉื้อ เหย้า ชือคุย เตอะ, สัวอี่ ปู๋เหย้า จื่อ ไกว้ เปี๋ยเหริน อา.

เพราะคุณเป็นคนทำงานด้วยอารมณ์ แต่ไร้ความรอบคอบ แน่นอนที่จะต้องเจ็บตัว ดังนั้น จึงอย่าเอาแต่โทษคนอื่นเลย