กรณีนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี โรงเรียนประจำ ประเภทอยู่ประจำกินนอนแบบสหศึกษาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกนักเรียนชายอายุ 15 ปี ก่อเหตุปีนขึ้นมาที่หอกักตัวเด็กหญิงที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้วล่วงละเมิดทางเพศต่อหน้าเพื่อนนักเรียนหญิง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนมาปฏิบัติหน้าที่ยังส่วนกลาง และดำเนินการตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะครูเวรที่ดูแลเด็กในวันที่เกิดเหตุนั้น
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดทราบว่า ทางโรงเรียนได้ลงโทษทำทัณฑ์บน เด็กนักเรียนชายที่กระทำความผิด โดยยังให้โอกาสเรียนและสอบได้ แต่ต้องแยกออกจากนักเรียนคนอื่น โดยให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ เพราะถือว่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในโรงเรียน ขณะเดียวกันนักเรียนหญิงที่ถูกกระทำก็กลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งหากผู้ปกครองประสงค์ย้ายโรงเรียน ทาง ศธ.ก็พร้อมประสานหาที่เรียนให้
น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลงพื้นที่โรงเรียนนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยโดยตรง แต่เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ก็ได้มอบหมายให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ลงพื้นที่แก้ปัญหา รวมถึงวางมาตรการดูแลกับโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนพักนอนทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีความเข้มงวดและต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลมากขึ้น สำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้สั่งให้มาประจำยังที่สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) นั้น ทาง สพฐ.ก็ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน ครูและครูเวรที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันดังกล่าว ส่วนจะถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่นั้น ต้องดูที่ระเบียบว่ามีความผิดระดับใด
“การแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องดูให้รอบด้าน โดยจะต้องคำนึงถึงอนาคตเด็กด้วยว่าจะเติบโตไปอย่างไรในสังคม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบ การทำโทษต้องเป็นไปตามกรอบระเบียบ แต่ต้องไม่ใช่การปิดโอกาสไม่ให้เขาได้กลับตัวเลย ทุกอย่างต้องรอกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจนต่อไป แต่กำชับให้ครูดูแลเด็กให้ดีที่สุด” น.ส.ตรีนุชกล่าว

