เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประชุมร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐและเอกชน 51 แห่ง ซึ่งเป็นสถานศึกษากลุ่มเสี่ยงในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และในเขตกรุงเทพฯ เพื่อทบทวนมาตรการแก้ไขปัญหาความรุนแรง และเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ซึ่งที่ประชุมได้รายงานสภาพปัญหาในปฏิบัติงานที่ผ่านมา รวมทั้งได้เพิ่มมาตรการเร่งด่วนให้ปรับระบบการดูแลนักเรียน นักศึกษา ปรับระบบการแนะแนว และปรับระบบครูที่ปรึกษา เพิ่มการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครองให้มากขึ้น เพิ่มมาตรการในการกวดขันวินัยของนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งให้ปรับการเรียนการสอนในเชิงให้เด็กคิดวิเคราะห์
นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนระบบการบริหารในวิทยาลัยให้ดำเนินการเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 2.ให้ทุกวิทยาลัยรักษาความต่อเนื่องในกิจกรรมทุกกิจกรรมโดยเคร่งครัด และ 3.ให้วิทยาลัยสร้างเครือข่ายเกี่ยวกับการป้องปราม ในส่วนของผู้ปกครอง ให้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยบิดา มารดา หรือผู้ปกครองต้องยับยั้งพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กและเยาวชนให้ได้ เพราะหากเด็กทำความผิด ผู้ปกครองต้องมีความผิดตามกฎหมายด้วย โดยหลังจาก คสช.มีคำสั่งแก้ปัญหานักเรียนตีกันโดยใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ออกมา มีเด็ก 6 รายที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทและถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนมาตรการด้านการบริหาร หากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สืบข้อเท็จจริงได้ว่ามีสถานศึกษาใดปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุซ้ำซากจนเกิดความเสียหาย สอศ.จะใช้มาตรการการทางการบริหารเข้ามาดูแล ทั้งในส่วนของวิทยาลัยรัฐและเอกชน ซึ่งวิทยาลัยเอกชนหากทำผิดซ้ำซากก็สั่งปิดสถานศึกษาได้

