วธ.เล็งชง’สวด-ประโคมย่ำยาม’ ขึ้นบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับ’ยูเนสโก’

16.11.16 | 17:36 น.
เจ้าพนักงานประโคมย่ำยามปี่ไฉนกลองชนะและมโหระทึก (กลองทอง) ในการพระราชพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเสนอการสวดและการประโคมย่ำยามในงานพระราชพิธีพระบรมศพเข้าสู่กระบวนการขึ้นบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเป็นการเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอขึ้นบัญชีรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ต่อไป โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ให้ชัดเจน รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับประเทศต่างๆ ที่เคยเสนอและได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกแล้ว เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเวียดนาม

“เบื้องต้น สวธ.จะต้องนำเสนอเรื่องการสวดและประโคมย่ำยามเข้าสู่กระบวนการขึ้นบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในเขตกรุงเทพมหานครก่อน โดยสำนักพระราชวัง สำนักการสังคีต สภาวัฒนธรรม กทม.ร่วมกับคณะกรรมการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จัดทำข้อมูลตามเกณฑ์ ก่อนเสนอรายการการสวดและประโคมย่ำยามต่อ สวธ.เพื่อนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาประกาศขึ้นบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานขั้นตอนต่างๆ วธ.ขอพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวังก่อนนำเสนอขึ้นบัญชี” นายวีระ กล่าว

สำหรับการประโคมย่ำยามเป็นราชประเพณีโบราณในพระบรมมหาราชวัง จัดเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างหนึ่ง เพื่อเป็นสัญญาณให้ข้าราชการรู้กำหนดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธีพระบรมศพ หรือพระศพพระราชวงศ์ตลอดจนขุนนางผู้ใหญ่ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นพิธีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สมเด็จพระเพทราชา แต่มีการจดบันทึกชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ 4 สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติที่ควรได้รับการอนุรักษ์และสืบสานอย่างต่อเนื่อง ส่วนการขึ้นทะเบียนจะเป็นการปกป้องรักษามรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์และเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ