สอศ.เผยขาดครูอาชีวะกว่า 1.8 หมื่นคน ชง ‘บิ๊กตู่’ ปลดล็อกเพิ่มอัตรากำลัง

3.11.22 | 17:09 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกา ที่โรงแรมดิอิมพีเรียล จังหวัดพิษณุโลก น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบนโยบายผู้อำนวยสถาบันอาชีวศึกษา ผู้อำนวยสถานศึกษาอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน ในการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 แบบออนไลน์ โดย น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ขอบคุณผู้บริหาร และผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่ได้ปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่นำนโยบายของ ศธ. ไปผลักดันให้มีผลสำเร็จ โดยเฉพาะความร่วมมืออย่างเต็มกำลังของน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ทั่วประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง และกระจายเป็นวงกว้างทั่วประเทศในปีนี้ ซึ่งความช่วยเหลือของน้องๆ ภายใต้ “ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน” ด้านการเรียนการสอนทวิศึกษา ยังคงเดินหน้าหลักสูตร “ทวิศึกษา” ต่อเนื่อง ได้มอบหมายให้ สอศ. ร่วมกับ สพฐ. จัดทำแผนระดับจังหวัดว่า ควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหน โดยให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

รวมถึงแก้ไขปัญหา และข้อจำกัดจากการดำเนินงานในอดีต เป้าหมายระยะสั้น เน้นหลักสูตรทวิศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ และโรงเรียนที่มีความพร้อม ภาคเรียนที่สอง ของปีการศึกษา 2565 นี้ ต้องเริ่มประสานกับทาง สพฐ.เพื่อทราบจำนวนเด็กนักเรียนที่จะจบการศึกษามัธยมปีที่ 3 และมีความต้องการเรียนต่อสายอาชีพ เป็นการเตรียมความพร้อม และให้คำแนะนำการรับ-ส่งต่อนักเรียนที่มุ่งเข้าสู่สายอาชีพ ในโครงการ “อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ในปีการศึกษา 2566 ซึ่งจะต้องมีการตั้งเป้าหมายของแต่ละสถานศึกษาในการรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที 3 เข้ามาสู่โครงการ ซึ่งในปีการศึกษา 2566 ที่จะเปิดรับทั่วประเทศ” น.ส.ตรีนุชกล่าว

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2566 สอศ. จะขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา เพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ใน 7 นโยบายเร่งด่วน คือ 1.การยกระดับอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2.การยกระดับโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ 3.การขับเคลื่อนโครงการทวิศึกษาแนวใหม่ 4.ขับเคลื่อนศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน 5.ขับเคลื่อนศูนย์ความปลอดภัย สอศ.ซึ่งเป็นเรื่องที่ รมว.ศึกษาธิการเน้นย้ำและให้ความสำคัญ เนื่องจากนักศึกษาอาชีวะ 99% เป็นเด็กดี ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาท 6.ปฏิรูปกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและประมง โดยตนจะเรียกประชุมผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอีกครั้ง และ 7.สร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สอศ.กำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรครู เนื่องจากมีนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบกรอบอัตรากำลังจะต้องมีอัตรากำลังครูไม่น้อยกว่า 3 หมื่นอัตรา แต่ปัจจุบัน สอศ.มีอัตราเพียง 2 หมื่นอัตรา ยังขาดแคลนอีกถึงกว่า 1.8 หมื่นอัตรา ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญ จึงได้หารือ รมว.และ รมช.ศึกษาธิการแล้ว ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปดูว่าติดปัญหาอะไร และต้องแก้ไขอย่างไร นอกจากนี้ ตนยังได้ไปหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) แล้ว ซึ่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.ก็รับปากว่าจะนำปัญหาดังกล่าวเสนอบอร์ด ก.ค.ศ. เพื่อขออัตรากำลังเพิ่ม โดยเบื้องต้นจะต้องขอเป็นอัตราจ้างก่อน อย่างไรก็ตาม คิดว่าอาจจะต้องไปขอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อขอให้ช่วยปลดล็อก เนื่องจากการอาชีวศึกษามีภารกิจสำคัญในการพัฒนาประเทศ สร้างคน สร้างชาติ แต่ถ้ายังขาดแคลนครูก็จะเป็นอุปสรรคในการก้าวสู่ความสำเร็จ