สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ชัยพล สุขเอี่ยม’ ลุยภารกิจพลิกโฉม ‘ศน.’
หมายเหตุ – นายชัยพล สุขเอี่ยม เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) อย่างเป็นทางการ “มติชน” ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ เปิดวิสัยทัศน์ มุมมองด้านศาสนา รวมถึง นโยบาย และทิศทางที่จะขับเคลื่อนงานด้านศาสนา
๐ รู้สึกอย่างไรที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดี ศน.?
“ผมเป็นข้าราชการ พร้อมทำงานในทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อรู้ว่าได้รับมอบหมายให้มาเป็นอธิบดี ศน.ก็ยินดี และตั้งใจจะขับเคลื่อนงานศาสนาให้ดีที่สุด เพราะงานด้านศาสนาถือเป็นพื้นฐานสำคัญ การจะพัฒนาประเทศให้เจริญยั่งยืนได้ นอกจากส่งเสริมการจัดการศึกษาให้เข้มแข็งแล้ว การสร้างคนดี ก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศเช่นเดียวกัน”
๐ เป็นลูกหม้อ วธ.อยู่แล้ว มองว่าศาสนา และวัฒนธรรม มีความสำคัญอย่างไร?
“ศาสนา และวัฒนธรรม คือชีวิต วัฒนธรรมจะอยู่กับเราตั้งแต่เกิดจนตาย อย่างสมัยก่อน จะมีพิธีโกนผมไฟ และพอเติบโตขึ้นมา ก็มีการสั่งสอนจากครอบครัว อาทิ สอนให้ช่วยงานบ้าน การเคารพผู้ใหญ่ โดยใช้หลักศาสนาในการดำรงชีวิต เรียนรู้ประเพณีต่างๆ ซึ่งอยู่ในสายเลือด เป็นการอยู่ร่วมกันแบบดั้งเดิม และเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยปัจจุบัน วัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ อย่างที่ วธ.พยายามผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งอาหาร ภาพยนตร์ ประเพณี เทศกาลต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง จัดกิจกรรมตามรอยทางวัฒนธรรม เช่น เส้นทางสายธรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เพราะเข้าไปช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น
ตรงนี้ถือเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องทำให้เห็นว่า การเข้าถึงศาสนามีประโยชน์อย่างไร ซึ่งการที่จะทำให้เยาวชนได้เข้าใจหลักศาสนาอย่างลึกซึ้ง จะต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก เริ่มจากเรื่อง่ายๆ อาทิ การแบ่งปัน มีน้ำใจให้กัน ไม่พูดโกหก เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป”
๐ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ วธ.มอบนโยบายเร่งด่วนอะไรบ้าง?
“ขอให้เร่งขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ วธ.ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนฉากทัศน์วัฒนธรรม และเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งตามภารกิจหลักของ ศน.จะให้ความสำคัญในการดำเนินงานสนองงานพระราชพิธี พระราชกุศล รัฐพิธี และศาสนพิธี ปลูกฝัง และเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริม และสานสัมพันธ์กิจกรรมทางศาสนา และอุปถัมภ์ ทำนุบำรุง คุ้มครองกิจการด้านศาสนา พร้อมนำข้อคิดเห็นของประชาชน ที่ต้องการให้ขับเคลื่อนกิจกรรมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และด้านศาสนา ครอบคลุมทุกศาสนา
ทั้งนี้ ในยุคที่ผมเป็นอธิบดี ศน.จะปรับเนื้องาน จากเดิมที่เน้นพิธีการ มาเน้นการนำศาสนาเข้าถึงเด็ก และเยาวชนมากขึ้น รวมถึง เร่งปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัย รวมทั้ง ส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยมีเป้าหมาย สร้างคนดี คนเก่ง และมีความสุขกาย สุขใจ สามารถดำเนินชีวิตตามหลักธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนส่วนรวม ตรงนี้เป็นหลักการ”
๐ นโยบายใหม่ที่จะขับเคลื่อนในช่วงที่ดำรงตำแหน่งอธิบดี ศน.?
“ผมได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะพลิกโฉม ศน.คือ ‘9 ดี 12 เดือน 12 เด่น นำธรรมะสู่ใจประชาชน’ ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนให้วัด และศาสนสถานทุกศาสนา เป็นศูนย์กลางของประชาชน การใช้สื่อเทคโนโลยี และกิจกรรมทางศาสนา สู่เยาวชน และประชาชน ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทุกช่วงวัย พัฒนาวัด และศาสนสถาน เป็นแหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรมแบบบูรณาการ ประกอบด้วย 9 ดี ได้แก่ 1.การแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ ค่ายธรรมะ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตามหลักศาสนาด้วยความสงบสุข 2.ธรรมะบันเทิง เป็นการใช้สร้างสรรรค์สื่อที่เหมาะสมกับเยาวชน เช่น เกมคุณธรรม เพลงธรรมะ ธรรมะอารมณ์ดี และการจัดธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา 3.ค่ายธรรมะ ส่งเสริมเยาวชนทุกศาสนาได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
4.การจัดวิปัสสนาเพื่อคนทั้งมวล เพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้ปฏิบัติตามหลักธรรม ด้วยการละเว้นความชั่ว ทำความดี โดยเฉพาะการทำจิตใจให้บริสุทธ์ด้วยเจริญจิตภาวนา 5.พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้นำทางศาสนา โดยส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแด่พระสงฆ์ การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์อบรมศาสนาอิสลาม และประจำมัสยิด เป็นต้น 6.การตักบาตพระสงฆ์ด้วยอาหารสุขภาพ โดยจัดทำหนังสือรายการอาหารสุขภาพ การจัดสาธิตการทำอาหารสำหรับตักบาตรให้กับผู้ประกอบการ
7.การยกย่องคนดีศรีจังหวัด โดยสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดได้ประกาศยกย่องบุคคลที่ทำความดี เป็นแบบอย่างให้กับสังคม 8.การจัดงานศาสนิกสัมพันธ์ และศาสนสัมพันธ์กับนานาประเทศ เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีของศาสนิกชนทุกศาสนาเพื่อสร้างสันติสุขในสังคม และ 9.ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา โดยจัดเส้นทางบุญสู่วัดและศาสนสถาน การจัดงานเสน่ห์วันวาน เทศกาลงานวัด การจาริกแสวงบุญตามรอยเกจิ เป็นต้น
ส่วนกิจกรรม 12 เดือน 12 เด่น ถือเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ ศน.โดยตรง ดังนั้น จะเร่งขับเคลื่อนกิจกรรมหลักที่สำคัญ อาทิ เทศกาลกฐิน แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ สวดมนต์ข้ามปี การยกย่ององค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น การส่งเสริมพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล งานเทศกาลมาฆบูชา งานพิธีพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พิธีศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เทศกาลวันวิสาขบูชา การส่งเสริมการผลิตสื่อคุณธรรมจริยธรรม เทศกาลวันอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา และการจัดกิจรรมเข้าวัดธรรมะสวนะ พาครอบครัวเข้าวัด เป็นต้น
การพลิกโฉมการทำงานด้วยการนำธรรมะสู่ใจประชาชน เป็นความท้าทาย และถือเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ส่งผลดีต่อดีต่อศาสนิกชน และประเทศชาติ โดยมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อให้คนเป็นคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข”
๐ คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจบทบาทของ ศน.กับสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.)?
“ใช่ โดยเฉพาะเวลามีข่าวพระสงฆ์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัย ซึ่งหน้าที่ในการดูแล และกำหนดบทลงโทษในเรื่องนี้ จะเป็นของ พศ.โดยตรง ส่วน ศน.มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐด้านศาสนา โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์คุ้มครองกิจการด้านพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ ที่ทางราชการรับรอง รวมถึง ส่งเสริม พัฒนาความรู้คู่คุณธรรม ส่งเสริมความเข้าใจอันดี และสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้ง ดำเนินการเพื่อให้คนไทยนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้เป็นคนดีมีคุณธรรม รวมถึง ส่งเสริมศาสนิกสัมพันธ์ มีความร่วมมือกับศาสตรอื่นๆ ที่ราชการรับรอง”
๐ หนักใจหรือไม่ เพราะเข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่เกิดวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก?
“ไม่หนักใจ เพราะหน้าที่ของ ศน.คือ ส่งเสริม และให้ความรู้กับประชาชนในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อทำให้คนมีสติ และมีวิจารณญาณไตร่ตรองในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนการดูแลวินัยสงฆ์ เป็นหน้าที่ของ พศ.”
๐ ยึดหลักใดการทำงาน?
“ทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และการจะทำงานให้ได้ดี จำเป็นจะต้องรู้ศักยภาพของตัวเอง หากเรื่องใดยังไม่มีความรู้ ก็ต้องเร่งศึกษา เพื่อนำความรู้นั้นมาสร้างสรรค์ผลงาน เพราะค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน”

