อดีตประธาน กพฐ.หนุนแยกวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเฉพาะ แนะกำหนดให้ชัดแต่ละช่วงชั้นเรียนอะไร เห็นต่าง ชี้ไม่ใช่การยัดเยียดให้เด็กรักชาติ
กรณีที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เตรียมออกประกาศ ศธ.ให้แยก วิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกจาก กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมตาม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมาย โดยที่ผ่านมา ศธ. มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความรักชาตินั้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ตรีนุช’ จ่อออกประกาศ ศธ.แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ
- สุจิตต์ ขำ ศธ.จ่อเข้มปวศ.รักชาติ ชี้ หมดทางพัฒนา ถ้ารัฐยังเผด็จการ ยกปม ‘พระฝาง’ วีรบุรุษท้องถิ่น ผู้ร้ายส่วนกลาง
- แห่ช่วยตรีนุชหาหนังสือ แนะแบบเรียนวิชาใหม่ ‘ประวัติศาสตร์’ รักชาติ รักความเป็นไทย
- นักวิชาการ ซัด ศธ.ทำผิดพลาดครั้งใหญ่แยกประวัติศาสตร์เป็นวิชาเฉพาะ ชี้ใช้อำนาจบังคับให้เด็กรักชาติ
นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วย ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมออกประกาศ ศธ.ให้แยก วิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกจาก กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แต่ตนมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าควรจะให้วิชาประวัติศาสตร์อยู่ตรงไหน แต่ปัญหาอยู่ที่ครูผู้สอน ถูกฝึกให้สอนด้านสังคมมากกว่าเจาะลึกด้านประวัติศาสตร์ หาก ศธ.ต้องการสอนวิชาประวัติศาสตร์ให้ดี ศธ.ควรจะแยกให้ชัดเจนว่าแต่ละระดับชั้นควรจะเรียนวิชาประวัติศาสตร์อะไรบ้าง เช่น ในระดับชั้นประถมศึกษา ควรจะรู้พื้นฐาน ความเป็นมา ในระดับมัธยมศึกษา ควรจะเรียนประวัติศาสตร์ในเชิงวิเคราะห์ เป็นต้น
“การเรียนประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ดี แต่ควรจะเตรียมครูที่มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์เข้ามาสอนเด็กด้วย ส่วนที่บอกว่าการแยกวิชาประวัติศาสตร์ เป็นการบังคับให้เด็กรักชาตินั้น ไม่ใช่ ควรจะมองในเชิงสร้างสรรค์ว่าการเรียนประวัติศาสตร์ เป็นการเรียนเพื่อให้เด็กเข้าใจความเป็นมาของชาติ เข้าใจความเป็นมาของสถาบัน และภูมิใจในความเป็นชาติ” นายเอกชัย กล่าว

