หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา คณะท่องเที่ยว...

คณะท่องเที่ยวฯ มธบ.เร่งเตรียมพร้อม น.ศ.-อาจารย์ รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

6.12.22 | 17:47 น.

คณะท่องเที่ยวฯ มธบ.เร่งเตรียมพร้อม น.ศ.-อาจารย์ รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

 

ผศ.ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) กล่าวในการจัดสัมมนาวิชาการ “โอกาสและความท้าทายของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย” มี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มธบ.เป็นประธาน ว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้คนทั่วโลกให้ความสำคัญในด้านการดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมถึง มีการเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ คณะตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดเวทีสัมมนาวิชาการขึ้น เพื่อฉลองการครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้ง มธบ.และให้ความรู้แก่นักศึกษา อาจารย์ของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในเครือข่าย เพื่อเตรียมความพร้อมผลิตบุคคลากรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต

ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้ประชากรโลกมี 8 พันล้านคน และเป็นครั้งแรกที่คนเหล่านี้ตื่นตัว เห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพพร้อมกัน ความสนใจเรื่องสุขภาพของคนทั้งโลก ทำให้ประเด็นเรื่องการทำงานด้านสุขภาพ รวมถึง การเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตขึ้นทันที แต่ปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นคือ ก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า 40 ล้านคนต่อปี เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่ตัวเลขเดิมยังไม่กลับมา เพราะคนยังกลัวโรคภัยไข้เจ็บ ขณะเดียวกันปัจจัยจากการเกิดสงคราม ส่งผลให้สินค้าด้านพลังงาน และอาหารทั่วโลกสูงขึ้น กระทบถึงค่าเดินทางระหว่างประเทศด้วย ขณะที่จีนยังไม่เปิดประเทศ ทำให้ตัวเลขของนักเที่ยวจีนที่มีสัดส่วนที่สูงที่สุดหายไปเช่นกัน

“ภาพรวมของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของทั่วโลก และไทย มี Segment ต่างๆ ให้เข้าไปเติมเต็มได้ นอกจากนี้ อยากให้มองกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกรับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ ก็สามารถรับได้ทุกกลุ่ม ในส่วนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวอาจเจออุปสรรคในเรื่องของการขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากสถานการณ์การโควิด-19 ที่ผ่านมา ดังนั้น ต้องการเปิดรับสมัครคนที่มีประสบการณ์มาทำงาน เน้นคนที่มีความสามารถในการใช้ Digital มี Knowledge และ Skill เชื่อว่าเป็นโอกาสอันดีของนักศึกษาหากมีคุณสมบัติตามที่ตลาดต้องการ รวมถึง มีความรู้ที่หลากหลายในองคาพยพ สามารถเชื่อมโยงกันได้ระหว่างสิ่งที่จับต้องได้กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ รับรองไปได้รุ่งแน่นอน” ดร.วีระศักดิ์ กล่าว

Advertisement

น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ศูนย์วิจัยด้านการตลาดท่องเที่ยว ททท.เผยเทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2023 มี 5 เทรนด์ คือ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน การท่องเที่ยวพร้อมการทำงาน การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น เทรนด์ดังกล่าวทำให้ไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่องของอาหาร และ Wellness เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย ต่างให้ความสนใจในเรื่องของการทานอาหาร และการทำสปา ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ตรงกับเทรนด์การท่องเที่ยวในอนาคต สอดคล้อง และเป็นโอกาสทำให้ไทยก้าวเข้าไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ ทั้งนี้ ททท.พยายามผลักดันให้ไทยเป็น Wellness Destination หรือ Medical Tourism โดยดำเนินการด้านการตลาด และประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ก่อนการเดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญ ททท.จึงพยายามสร้าง Image on Top of Mind ให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งไทยมีความพร้อมทั้งบุคลากรด้านการแพทย์ และเรื่องของอาหารไทย ในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังต้องมองถึง Supply Chain เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในระบบทั้งหมด

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และอาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มธบ.กล่าวว่า โรคโควิด-19 เป็นตัวช่วยที่ทำให้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้โอกาสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้มาถึงไทย แต่จะมีวิธีสื่อสารอย่างไรให้คนทั่วโลกมาประเทศไทยเพื่อเป็น Destination ดังนั้น หลายหน่วยงานจึงได้รวมตัวกันเพื่อทำให้ไทยเป็น Destination ด้านสุขภาพ เพราะมองว่าถ้าเปลี่ยนไทยให้เป็น Destination of Medical Spa ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มาทำสปา พร้อมมีบริการทางการแพทย์ และเรื่องสุขภาพเป็น Backup จะสร้างรายได้มหาศาล

“ไทยเป็นหมุดหมายที่มีการแพทย์ในแนวป้องกันที่ดีสุดอันดับต้นๆ ของโลก แน่นอนถ้าวิทยาการทางการแพทย์เข้ามาหลอมรวมอยู่ในการดูแลสปา จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้ แต่จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์นี้ออกไปสู่สายตาชาวโลกได้ ดังนั้น จึงต้องพึ่ง Soft Power ด้วยการสร้างภาพประทับใจไม่ว่าเรื่องอะไรที่ดีงามในไทยที่ได้รู้ได้เห็น ให้อัพโหลดลงโซเชียลมีเดียไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดจะเป็นไวรัลให้นักท่องเที่ยวเห็น และเกิดความประทับใจที่ได้เห็นสิ่งดีๆ ของไทย จึงอยากฝากถึงนักศึกษาว่าท่านเป็นกลุ่มคนที่จะช่วยไทยในอนาคต เพื่อให้เจริญเติบโตที่ยั่งยืน หากจะดำรงหน้าที่ตรงนั้นในวงการท่องเที่ยว ต้องรู้เหตุผลหลักการ รวมทั้ง ข้อมูลเสียก่อน เพื่อนำมาสื่อสาร และพัฒนา Skill ในด้านต่างๆ ให้ตรงตามสายงาน” ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าว