งานพระบรมศพเจ้าฟ้ามหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์นับเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ต้องกระทำอย่างสมพระเกียรติ ทั้งเครื่องประกอบพระอิสริยยศ การประดับตกแต่งพระเมรุมาศอย่างอลังการ ล้วนพิถีพิถัน วิจิตรบรรจง และมีความหมาย เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ได้กลายเป็นงานประณีตศิลป์ชิ้นเอกในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
หนึ่งในนั้น คืองานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ ซึ่งสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุเรือล่ม เมื่อ พ.ศ.2423 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระราชทานเพลิงพระศพ ที่ทุ่งพระเมรุ ในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2424
ปัจจุบัน เครื่องประดับพระเมรุสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ หรือพระนางเรือล่ม จัดแสดงอยู่ในห้องประณีตศิลป์ ยุครัตนโกสินทร์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โดยเป็นตู้ภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ตอน พระลักษมณ์ถูกศรพรหมมาสตร์ของพระอินทร์และหนุมานหักคอช้างเอราวัณ
เป็นชุดประติมากรรมที่ให้ความรู้สึกโศกเศร้า ทว่า ก็งดงามด้วยฝีมือช่างสุดประณีต ซึ่งเพิ่งได้รับการเปิดเผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับแม่พิมพ์หินสบู่ที่สันนิษฐานว่า เป็นต้นแบบของการทำเครื่องประดับตัวละครเพื่อติดลงบนหุ่นไม้ระกำ โดยสุรพันธ์ อติชาตนันท์ หรือ “อาจารย์แดง” แห่งโรงหล่อพัฒนาช่าง ย่านบ้างช่างหล่อ บางกอกน้อยได้นำมาเปรียบเทียบลวดลายแล้วพบว่าตรงกัน สร้างความฮือฮาอย่างยิ่งในแวดวงของผู้สนใจด้านงานช่างหลวง ซึ่งอาตจารย์แดง เป็นทายาทสายตระกูลของพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ช่างหลวงคนสำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ต่อไปนี้คือภาพชุดอันงดงาม และชวนให้โศกเศร้า ทั้งจากเนื้อหาในเรื่องราวของรามเกียรติ์ และจุดมุ่งหมายของการสร้างหุ่นชุดดังกล่าว อันเป็นความโศกเศร้าของปวงชนชาวสยามในห้วงเวลานั้น













