หมายเหตุ – น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ร่างแรกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน
@ความคิดเห็นต่อภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์
จากที่ได้อ่านมีจุดใหญ่ที่เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ คือ ที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ว. เมื่อเป็นที่สงสัยของสังคมแล้ว ตนก็จะไม่วิจารณ์เพราะคนพูดเยอะแล้วว่าไม่ได้มาจากประชาชน แต่หากเราพูดตามหลักการถือว่าดี แต่ในประวัติศาสตร์มีหลายครั้งที่หลังจากการปฏิวัติ คนที่ได้ขึ้นไปจุดนั้นก็จะเป็นคณะปฏิวัติเสียเอง แต่โดยสรุปแล้วสองเรื่องนี้คิดว่าอะไรที่มาจากประชาชน ก็จะเป็นไปตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะเราก็เห็นมาแล้วจากรัฐธรรมนูญปี 40 นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ สุดท้ายก็ต้องแก้
ดังนั้น หากจะให้ดีเรื่องนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญควรทำช่องให้ประชาชนเข้าใจว่านายกฯคนนอก นายกฯมาจากการเลือกตั้ง ข้อดีข้อเสีย ที่มา ส.ว.ก็เช่นกัน ควรทำช่องให้ประชาชนจะได้เข้าใจ คนที่ไม่สนใจการเมืองก็จะได้ทำความเข้าใจให้เขาเพราะดิฉันมองว่าไม่ว่าระบบอะไรก็มีข้อดีข้อเสียทั้งนั้น ก็ทำช่องเปรียบเทียบให้เห็น เชื่อว่าคนไทยแม้จะอยู่ต่างจังหวัดเช่นไรก็มีการศึกษาพอสมควร เขาตัดสินใจได้โดยไม่ต้องมีใครชี้แนะและเขาตัดสินใจเองได้
ส่วนในเรื่องขององค์กรอิสระ คณะกรรมการไม่มีการยึดเหนี่ยวกับประชาชนเลย เมื่อไปทำงานท่านก็มีอำนาจมาก ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ชี้มูลความผิดได้ในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็สามารถให้ใบเหลืองแดงเกี่ยวกับนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง โดยนักการเมืองนั้นได้รับการเลือกจากประชาชน หากมาจากที่มาไม่มีการเกาะเกี่ยวกับประชาชนดูจะไม่ค่อยถูกต้องนัก อย่างในรัฐธรรมนูญปี 50 ยังมีมาจากประชาชนบ้าง ดังนั้น หากเปลี่ยนไปหมดเช่นนี้ ส่วนตัวอยากเสนอว่าในส่วนของคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระนั้น เป็นบุคคลสำคัญที่จะกลั่นกรองคนที่จะมาทำหน้าที่สำคัญเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีคณะกรรมการสรรหาจำนวนมากพอสมควรและเป็นผู้ที่ประชาชนโดยทั่วไปให้ความเคารพนับถือเป็นที่ประจักษ์ในความดี นี้คือคณะกรรมการสรรหา โดยน่าจะมีจำนวน 15 ท่าน มาจากศาล 5 ท่าน นักวิชาการ 5 ท่าน เช่นอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ และมาจาก ส.ส.ที่ประชาชนเลือกอีก 5 ท่าน อย่างไรก็ดี ในความคิดดิฉันไม่อยากให้ประธานศาลที่ยังดำรงตำแหน่งเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ อยากได้ประธานที่เกษียณอายุแล้ว แต่ท่านยังเป็นผู้ทรงคุณธรรมเป็นที่รู้จักของประชาชน
@ทำไมคณะกรรมการสรรหาถึงต้องเป็น15ท่าน
ทำไมถึงบอก 15 ท่าน เพราะเอามาจากกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากคนไทยชอบระบบอุปถัมภ์ หากมีจำนวนน้อยก็ง่ายมากในการล็อบบี้ บล็อกโหวต หาก 15 ท่าน กระทรวงการต่างประเทศเคยเล่าให้ดิฉันฟัง หากอยากวิ่งก็วิ่งไม่ไหวและไม่สามารถที่จะทำได้เพราะหลายท่านไม่ยุ่ง เขาว่าไปตามที่เห็น คนไหนดีคนไหนไม่ดี และที่อยากพูดถึงคือกรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจมาก ดังนั้น กรรมการสรรหาจำเป็นต้องรู้ว่ากรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจอะไรต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง อย่างที่ผ่านมารัฐธรรมนูญ 50 คนจะมาทำหน้าที่หากหายไปเหลือเพียง 3 คน ไม่ไหวแน่ เพราะไม่ได้รับการกลั่นกรองที่ใสสะอาด กลั่นกรองเรื่องความรู้ความสามารถ ต้องศึกษาพอสมควร ถ้าหากได้มาไม่ดีจะเดือดร้อนกันหมด ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่เดือดร้อนทั้งประชาชนด้วย วินิจฉัยเรื่องผิดพลาดเดือดร้อนกันหมด
นอกจากที่จะต้องทำช่องเรื่อง ที่มา ส.ว.และนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ทำช่องเรื่องนี้ด้วยเพราะเป็นห่วงเรื่ององค์กรอิสระมาก ต้องการให้เพิ่มตัวของคณะกรรมการสรรหาไม่อยากให้ศาลเข้ามายุ่งเรื่องนี้ แต่อยากให้ทำหน้าที่ใช้อำนาจตุลาการเท่านั้น อย่างไรก็ดี คณะกรรมการสรรหานี้ควรใช้ชุดเดียวกันทั้งหมดในการกลั่นกรองหาคณะกรรมการองค์กรอิสระ เชื่อว่าเราหาได้คนที่มีคุณธรรม โดยเฉพาะคนที่ทำงานมาตลอดชีวิต ชื่อเสียงท่านเป็นที่รู้จักอะไรเป็นอะไร และคนที่เป็นอดีตเป็นคนที่มีความคิดอิสระ เป็นคนดี ดำรงความยุติธรรมตลอดไว้ใจได้และเราจะได้กรรมการแต่ละองค์กรเป็นคนดี สมกับอำนาจหน้าที่ที่เขามอบให้ เพราะคนที่มีอำนาจต้องมีหน้าที่มีความรับผิดชอบด้วย เพราะฉะนั้นคนที่จะมาสรรหาคนที่ทำหน้าที่เช่นนี้ต้องเป็นคนดีก่อน
@มีกระแสวิจารณ์ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจมากเกิน
การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการถอดถอน ส.ส. ส.ว.และรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการใช้งบประมาณ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด ต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิตไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ไม่ใช่เพียงสิทธิรับสมัคร แต่เลือกตั้งก็ไม่ได้ นั้นถือเป็นโทษที่หนักมากเพราะสิทธิในการเลือกตั้ง บุคคลอายุ 18 มีสิทธิหมดหากไปห้ามสิทธิเลือกตั้งเรียกว่าความเป็นมนุษย์ถูกตัดไปเลย เป็นการสั่งลงโทษหนักขนาดเทียบเท่าการประหารชีวิตของคนดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น เหมือนมีชีวิตอยู่หายใจแต่ทำอะไรไม่ได้ หากจะลงโทษขนาดนี้ผู้ป็นศาลต้องมีการสืบพยาน ต้องเอาพยานมาสืบ วินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ต้องมีองค์คณะ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมี แต่เสียนิดหนึ่งไม่มีศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา วินิจฉัยเสร็จในศาลเดียว เราจึงต้องกลับมาดูเรื่องที่ว่ากรรมการสรรหาต้องมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป เพื่อจะได้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดี เหมาะที่ท่านมอบอำนาจมากเหลือเกิน
ที่แล้วๆ มาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มีคำโต้แย้งทางสังคมมากเหลือเกิน แม้แต่ตัวดิฉันก็เคยเขียนบทความโต้แย้งมาบ่อย ทำไมเป็นเช่นนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ขนาดอำนาจปกติยังไม่ได้เพิ่ม ยังมีข้อโต้แย้งเลย หากเพิ่มอำนาจเช่นนั้นเหมือนประหารชีวิตบุคคลทางการเมือง ดังนั้น ต้องเอาคนที่มองกฎหมายออก ไม่ได้ว่าตุลาการไม่ดีนะ แต่การมองกฎหมายต้องแจ่มชัดเที่ยงตรง อ่านกฎหมายอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่นี่ทำไมถึงบอกที่ผ่านมาโดนกล่าวหาคัดค้าน อย่างกรณีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้พจนานุกรมวินิจฉัยร่วม เรื่องเขาพระวิหารก็เช่นกันมีคำวินิจฉัยชี้มูล เติมคำเข้าไป ทำให้เป็นผลร้ายต่อจำเลย ทำให้เป็นข้อกังขาของสังคม นอกจากนี้ ที่สำคัญ คือคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีคนกล่าวหาการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าเข้าไปแทรกแซงข้าราชการประจำ ซึ่งตรงนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายกฯผิดจริงในเรื่องการแทรกแซงเลยหลุดออกจากตำแหน่งด้วยเหตุนี้ หากถามว่าเช่นนี้ การใช้คำว่าแทรกแซง มองว่าอดีตนายกรัฐมนตรีมีสิทธิโยกย้ายข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายท่านได้ นี่ไม่ใช่การแทรกแซง หากแทรกแซงคือคนไม่มีสิทธิไม่มีอำนาจจะทำ แล้วเข้าไปทำ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งหากจะเพิ่มอำนาจท่านต้องให้กรรมการสรรหาได้ดูทุกอย่างละเอียดลออ คิดก่อนว่าขนาดหน้าที่เพียงเท่านี้คนต้านเยอะ หากเพิ่มอำนาจที่สำคัญมาก ตัดการดำรงตำแหน่งของข้าราชการการเมืองตลอดชีวิต ท่านมีกรรมการสรรหาที่พร้อมแล้วหรือ ไม่งั้นก็จะยุ่งเหยิงต่อไป
@แล้วเช่นนี้เราควรลดอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญลงหรือไม่
ในความคิดดิฉัน คิดไปถึงไม่ควรมีศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะในอดีตเราเคยมีตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยให้อำนาจเวลามีปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ การทำความเข้าใจ ให้ท่านมีหน้าที่ตีความ แต่ไม่มีหน้าที่ถอดถอนคนโน้นคนนี้ แต่หากจำเป็นต้องมีก็ต้องไปดูว่าอย่าให้อำนาจอะไรบ้างให้ท่านไปคิดตรงนี้ เพราะจากประวัติความเป็นมาที่ชี้ให้เห็นนั้น มันเกิดวิกฤตจริงๆ ในการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ท่านต้องไปหาวิธีทำอย่างไรให้ศาลทั้งหลายอยู่บนความศรัทธา เพราะศาลหากคนไม่ศรัทธาทำงานลำบาก
@ภาพรวมในบทเฉพาะกาลมองอย่างไร
ต้องดูอะไรที่รู้สึกไปขัดขวางการทำอะไรที่เกิดความวุ่นวายของบ้านเมือง ก็ลดๆ ระยะเวลาในบทเฉพาะกาลบ้าง อีกเรื่องคือการนิรโทษกรรมที่พูดกันมาก ทุกคนรู้อยู่ว่ามันขัดต่อหลักนิติธรรม โดยที่เคยศึกษามา เมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหาร ต่อมาคนเห็นว่าทำเพื่อประเทศชาติหากไม่มีการยึดอำนาจประเทศจะยุ่งเหยิงใหญ่ เขาเห็นท่านเสียสละจริงเขาจะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกมาตรงนี้จะเหมาะสมแล้วเพราะคนที่เสียหายจากการทำเขายกโทษให้ท่าน แต่ไม่เห็นที่เขียนว่าที่ทำมาไม่ผิด ที่เป็นอยู่ไม่ผิด และต่อไปที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ผิดด้วย มันขัดต่อหลักนิติธรรมระมัดระวังนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ทราบมีความสำคัญอะไรที่ต้องเขียนเช่นนี้
@รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชูเรื่องการป้องกันการปราบปรามการทุจริต คิดว่าอย่างไร
ในเรื่องการทุจริต คิดแต่ว่านักการเมืองจะเข้ามาทุจริต กันนักการเมืองเต็มที่เลย แต่ท่านลืมไปนิดหนึ่งคนทุจริตไม่ได้มีเฉพาะนักการเมือง ยืนยันจากการเป็นกรรมการ ป.ป.ช.มา คนทุจริตมีทุกวงการ มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการประจำ ทหาร ตำรวจ แม้แต่ข้าราชการตุลาการก็มี แต่ตุลาการมีการลงโทษชนิดที่รุนแรง เพราะฉะนั้นการทุจริตฝ่ายตุลาการจึงน้อยกว่าฝ่ายอื่น แล้วทำไมเราจึงไปคิดเฉพาะนักการเมืองเป็นสำคัญเนื่องจากนักการเมืองมีอำนาจ มีโอกาสและหากไม่มีความละอายต่อบาป แต่ทั้งหมดนี้หากทุกคนมีโอกาสทุจริตหมด แต่เพียงเราไปเพ่งเล็งนักการเมืองเท่านั้นเพราะเขามีอำนาจ แต่ข้าราชการถ้ามีอำนาจก็ทำ ไม่ว่าตำแหน่งไหนทำหมด ดังนั้น อย่ามุ่งแต่นักการเมือง เพราะจะไม่เป็นธรรมกับเขา นักการเมืองที่ดีก็มี
@หากไม่มีการปรับแก้ตามที่มีข้อเสนอ มองเรื่องประชามติอย่างไร
ตอบยาก เพราะไม่ทราบว่าขณะนี้ไม่ทราบว่าประชาชนคิดเช่นไร แต่นักการเมืองก็ออกมาค้าน แต่ว่าในแง่นักกฎหมาย ไม่ว่าใครเป็นส่วนตัว มองเฉพาะแง่กฎหมาย หนักไปทางองค์กรอิสระและขอโทษศาลรัฐธรรมนูญที่วิจารณ์มาก แต่ไม่ได้เป็นอริกับท่าน
สุดท้ายอยากฝากถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความนับถือ ตรงนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะในฐานะคนไทยคนหนึ่งหากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ออกมาแล้วมีปัญหา ดังนั้น ให้ฟังคนส่วนใหญ่ แต่ท่านมีคุณวุฒิ คุณธรรมวิเคราะห์ได้ ไม่จำเป็นต้องเชื่อคนนู้นคนนี้ หากใครให้ความเห็นต้องรับฟัง ไม่ใช่คิดว่าคนที่ให้ความเห็นเป็นศัตรูกับท่าน ด้วยความหวังดีจริงๆ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ดังนั้น อย่าคิดว่าคนที่มองต่างจากท่านเป็นคนไม่ดี สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง

