นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยถึงสถานภาพการอนุรักษ์นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ว่า เรื่องที่เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนนั้น เป็นการตอบข้อห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่มีต่อการอนุรักษ์นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาภายหลังเกิดอุทกภัยเมื่อปี 2554 เพียงแต่ก่อนที่จะส่งคำตอบให้คณะกรรมการมรดกโลกได้นั้น จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมอนุกรรมการมรดกทางวัฒนธรรม ที่มีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ วธ.เป็นประธาน และที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ตามลำดับก่อน เพื่อรับทราบ
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า โดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการตามข้อห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลกเรียบร้อยแล้วและในส่วนของแผนแม่บทการจัดการบริหารอนุรักษ์ นั้น เนื่องจากแผนแม่บทเดิมที่เคยผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันแล้ว จึงอยู่ระหว่างการปรับปรุงซึ่งขณะนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการดำเนินการตามข้อห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลกนั้น กรมศิลปากรได้ดำเนินการตามขั้นตอนการอนุรักษ์และการจัดการนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย ขั้นตอนการบูรณะหลังอุทกภัยในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติที่จะคุ้มครองแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการดังนี้
1.ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร และช่างฝีมือท้องถิ่นในการบูรณะปฏิสังขรณ์มรดกโลกด้วยเทคนิคและวัสดุแบบดั้งเดิมอยู่หลายครั้ง และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนกรมศิลปากรผ่านสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ในการทำโครงการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านอาชีพ และฝีมือของช่างท้องถิ่นและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง, ด้านการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ของวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะปูนและอิฐในอดีต และด้านการนำความรู้ที่ได้รับจากงานวิจัย รวมถึงการนำข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ประโยชน์ในการร่างหลักสูตรการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ทั้งในระดับการตัดสินใจและระดับปฏิบัติงาน รวมทั้งช่างฝีมือแบบดั้งเดิมที่ทำงานในโครงการอนุรักษ์ หลักสูตรนี้จะเสริมอยู่ในโปรแกรมการฝึกอบรมประจำปีที่จัดทำงบประมาณโดยกรมศิลปากร เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีกำลังคนเพียงพอในทุกระดับเพื่อทำให้กลไกการทำงานอนุรักษ์เป็นไปอย่างยั่งยืน
2.แผนแม่บทโครงการอนุรักษ์และการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่แก้ไขในปี 2559 มีจุดมุ่งหมายเพื่อความก้าวหน้าในกิจกรรมการอนุรักษ์และการพัฒนาพื้นที่แหล่งมรดกโลกขนาด 289.6 เฮกตาร์ (1,810 ไร่) ผนวกกับพื้นที่บริวารโดยรอบอีก 6 แห่ง ที่มีศักยภาพในการอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อการศึกษาและการท่องเที่ยว แผนปฏิบัติการจะรวมถึงงานการอนุรักษ์โบราณสถาน, การพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน, การ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์, การสนับสนุนงานวิจัยทางวิชาการและการท่องเที่ยว, การส่งเสริมเศรษฐกิจเชิง สร้างสรรค์พร้อมกับทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ และยกระดับชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการให้ดีขึ้น แผนแม่บทสำหรับการบูรณะแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญนี้ ได้ทำให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
3.ได้มีการประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติว่าด้วย “การอนุรักษ์โบราณสถานอิฐในแหล่งมรดกโลก” ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2559 ที่แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีผู้เข้าร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ จาก ICOMOS, ICCROM, EFEO, กัมพูชา, เยอรมัน, อินเดีย, ญี่ปุ่นและ เวียดนาม นอกจากนั้นยังมีนักวิชาการของไทย, เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรทั่วประเทศ, หน่วยงานท้องถิ่น, สมาชิกในชุมชน และสื่อมวลชน ทั้งนี้ การนำเสนอ, การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเยี่ยมชมงานภาคสนามในระหว่างการประชุมสัมมนาได้นำไปสู่การนำเสนอวิธีการอนุรักษ์ในบริบทที่เกี่ยวข้องและการจัดการในขอบเขตที่กว้างขึ้นสำหรับแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศต่างเห็นพ้องกันว่าการคุ้มครองด้านความเป็นของแท้ (authenticity) และความครบถ้วนสมบูรณ์(integrity) ของนครประวัติศาสตร์ไม่ควรให้ความสำคัญ เพียงแค่การอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างที่เป็นอิฐและวัสดุที่นำมาใช้เท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญถึงการบูรณะระบบอุทกวิทยาและระบบการจัดการแบบดั้งเดิมด้วย นอกจากนี้องค์ประกอบที่จับต้องไม่ได้ที่ส่งเสริมการดูแลมรดกโลกท่ามกลางผู้มีส่วนได้เสียในท้องถิ่นควรถูกนำมาพิจารณาอย่างเท่าเทียมกันเสมือนเป็นการศึกษาลักษณะทางกายภาพอย่างเข้มข้น
4.คณะกรรมการผู้มีอำนาจในการบริหารแหล่งมรดกโลกในด้านต่างๆ ได้ปฏิเสธการยื่นขอปลูกสร้างอาคารใหม่ในพื้นที่โดยรอบแหล่งมรดกโลกและพื้นที่มรดกโลกที่ยื่นขออนุญาตในปี 2558-2559 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการพิจารณาว่าการก่อสร้างมีโอกาสส่งผลกระทบต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลก รวมไปถึงการก่อสร้างอาคารใหม่ของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับเส้นทางคลองโบราณและประตูระบายน้ำอยู่ติดกับพระราชวังหลังส่วนที่เหลืออยู่ในโซนหลักของแหล่งมรดกโลก

