รายงานการศึกษา : สรุปข่าวร้อนแรงตลอดปีเสือ

1.
น.ร.เฮ! ครม.ขึ้นค่าอาหารกลางวัน
ถือเป็นข่าวดีช่วงปลายปี เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 อนุมัติให้ “ปรับเพิ่ม” ค่าอาหารกลางวันให้นักเรียนชั้นเด็กเล็กถึงชั้น ป.6 ทุกสังกัด จำนวน 51,637 โรง รวม 5,792,119 คน หลังเรียกร้องกันมากว่า 10 ปี
แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-40 คน 16,691 แห่ง รวม 403,768 คน ได้ 36 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่ม 15 บาท กลุ่มที่สอง โรงเรียนที่มีนักเรียน 41-100 คน 17,437 แห่ง รวม 1,126,246 คน ได้ 27 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่ม 6 บาท กลุ่มที่สาม โรงเรียนที่มีนักเรียน 101-120 คน 1,970 แห่ง รวม 234,949 คน ได้ 24 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่ม 3 บาท และกลุ่มที่สี่ โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 121 คนขึ้นไป 15,539 แห่ง รวม 4,147,557 คน ได้ 22 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่ม 1 บาท
โดย ศธ.ได้จัดทำแผนงบประมาณอาหารกลางวันปี 2567 เพิ่ม 3,533,280,000 บาท จากเดิม 28,365,864,000 บาท !!

2.
ทีแคส’66 ปรับใหญ่-ทำสีผม-แต่งไปรเวต
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ฤกษ์ประกาศรายละเอียด “ปรับใหญ่” ระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2566 หรือทีแคส ปี 2566 โดยนำ TGAT, TPAT และ A-Level ใช้แทนการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป หรือ GAT การทดสอบวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT และวิชาสามัญ โดยการสอบ TGAT และ TPAT 2-4 ให้เลือกสอบผ่านคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก
ส่วนการสมัครยังมี 4 รอบ 4 รูปแบบ ดังนี้ รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน รอบที่ 2 โควต้า รอบที่ 3 แอดมิสชั่นส์ และรอบที่ 4 รับตรงอิสระ แต่ผลสอบวิชา TGAT และ TPAT ใช้ประกอบการพิจารณาในรอบที่ 1 และ 2 ได้ ส่วนการยืนยันสิทธิ และสละสิทธิ ให้ผู้ผ่านการคัดเลือกที่ยืนยันสิทธิในระบบแล้ว ต้องสละสิทธิผ่านระบบเท่านั้น โดยสละสิทธิได้ 1 ครั้ง ยกเว้นผู้ยืนยันสิทธิในสาขาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ รอบที่ 1-2 แล้วสละสิทธิ ไม่สามารถสมัครในรอบต่อไป
นอกจากนี้ ให้ผู้เข้าสอบ TGAT และ TPAT ใส่ชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดนักศึกษา หรือชุดสุภาพ คือ เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล กางเกงขายาว หรือกระโปรงยาวคลุมเข่า รวมทั้ง ไม่ห้ามทำสีผม สีเล็บ และภาพถ่ายที่ใช้สมัครสอบ ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน ผมไม่ต้องเก็บหน้าม้า และใส่แว่นตาได้
ถือเป็นมิติใหม่ของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย !!

3.
แยก ‘ประวัติศาสตร์’ เป็นรายวิชาเฉพาะ
ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีมติเห็นชอบ “แยก” วิชาประวัติศาสตร์ ออกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็น “รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษา” และเสนอ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงนามประกาศ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมาย
เรื่องนี้มีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมองว่าวิธีสอนประวัติศาสตร์ต่างหากที่เป็นปัญหา เพราะโรงเรียนสอนตามอุดมคติของรัฐ เล่าเรื่องในแบบเดียว แต่การสอนประวัติศาสตร์ที่ดี คือให้เด็กตั้งคำถาม และวิพากษ์ข้อมูลหลักฐานได้ ฉะนั้น สิ่งที่ควรแก้ไขเร่งด่วน คือต้องสอนประวัติศาสตร์ให้เป็นประวัติศาสตร์
ขณะที่ ศธ.ย้ำจะปรับกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ปรับวิธีวัด และประเมินผล โดยจะเริ่มภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 !!

4.
ร่าง กม.กยศ.ฉบับปลอดดอก-เบี้ยปรับ
หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.เงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับที่… พ.ศ. … โดยให้ผู้กู้ยืมเงิน กยศ. “ไม่ต้องจ่าย” ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับล่าช้า เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา
โดยในบทเฉพาะกาล ให้มีผลย้อนหลังกับ “ผู้กู้ยืม” และ “คนค้ำประกัน” ที่ได้ทำสัญญากู้ยืม ก่อนที่ร่างกฎหมายจะบังคับใช้ ทำให้ผู้กู้ยืมกว่า 3.4 ล้านบัญชี เป็นกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีนับล้านราย และถูกฟ้องดำเนินคดีอีกจำนวนมาก ได้รับอานิสงค์ ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน 2 สภา
เมื่อร่าง พ.ร.บ.สู่ขั้นตอนวุฒิสภา แม้จะผ่านวาระ 1 โดยไม่แก้ไขเนื้อหาใดๆ แต่เมื่อเข้าสู่วาระ 2-3 วุฒิสภามีความเห็นให้แก้ไขในประเด็นอัตราดอกเบี้ย ให้คิดไม่เกิน 1% ต่อปี และต้องจ่ายเบี้ยปรับผิดนัดชำระหนี้ ไม่เกิน 0.5% ต่อปี
ขณะนี้ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.กยศ.กลับมายังสภา เพื่อตั้ง กมธ.ร่วม 2 สภา และส่งกลับวุฒิสภาเมื่อแก้ไขรายละเอียดแล้ว !!

5.
อธิการบดี มศก.-ม.รามฯ ตกเก้าอี้
กลายเป็นเรื่องฮือฮาในแวดวงอุดมศึกษา เมื่อสภามหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พิจารณากรณี “นายชัยชาญ ถาวรเวช” อธิการบดี มศก.ยื่นใบลาออก หลังโลกโซเชียลวิพากษ์อย่างหนักเกี่ยวกับพฤติกรรม “แอบถ่าย” แอร์โฮสเตสบนเครื่องบิน และนำไปโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว
แม้นายชาญชัยจะยอมรับว่าจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย และไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศ แต่เมื่อต้านกระแสวิจารณ์ไม่ไหว จึงแสดงความรับผิดชอบด้วยการ “ลาออก” จากตำแหน่งอธิการบดี มศก.
โดยสภา มศก.ได้ตั้ง “นายวันชัย สุทธะนันท์” คณบดีคณะวิทยาการจัดการ และอดีตอธิการบดี มศก.รักษาการอธิการบดี…
อีกเคสที่ฮือฮาไม่แพ้กัน ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน มีมติถอดถอน “นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่” จากตำแหน่งอธิการบดี ม.ร.ส่งผลให้พ้นเก้าอี้เป็นรอบที่ 2 หลังสภา ม.ร.เคยมีมติ “ถอดถอน” รอบแรกเมื่อปี 2564
สภา ม.ร.แจกแจงเหตุผลว่าเนื่องจากนายสืบพงษ์ฝ่าฝืนกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และระเบียบ ม.ร.โดยใช้วุฒิการศึกษาปริญญาเอกที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ และทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องขอความเป็นธรรมด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
สภา ม.ร.จึงมีมติแต่งตั้ง “ผศ.ดร.บุญชาล ทองประยูร” รักษาการอธิการบดี !!

6.
คืนอำนาจ ‘แต่งตั้ง-โยกย้าย’ ให้ สพท.
หลังมีความพยายามมาหลายปี ที่จะดึงอำนาจบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา กลับมาเป็นของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้อำนวยการสถานศึกษา ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้อํานาจหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูฯ ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเป็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
ส่วนการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูฯ ในเขตพื้นที่ฯ ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ.2547 ให้ผู้อํานวยการ สพท.และผู้อํานวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ และแต่งตั้ง ฯลฯ
ต้องติดตามว่าปัญหาความ “ขัดแย้ง” ระหว่างผู้อำนวยการ สพท.กับ กศจ.ที่มีมากว่า 5 ปี จะจบหรือไม่ !!

7.
ศาลสั่ง ‘กนกวรรณ’ หยุดปฏิบัติหน้าที่
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ “นางกนกวรรณ วิลาวัลย์” รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ต้อง “หยุด” ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ภายหลังศาลฎีการับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ร้องนางกนกวรรณ เรื่องการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีขอออกโฉนดที่ดินในพื้นที่หมู่ที่ 15 ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เนื้อที่ 30-2-80.5 ไร่ ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และแนวเขตป่าไม้ถาวรป่าเขาใหญ่ ทำให้รัฐสูญเสียที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงมีคำสั่งให้นางกนกวรรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.จนกว่าจะมีคำพิพากษา !!

