‘ศธ.’ จับมือ 12 หน่วยงานแก้หนี้ครูยั่งยืน ‘ตรีนุช’ มั่นใจปลดหนี้ได้แน่นอน
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” ระหว่าง ศธ.กับหน่วยงานและสถาบันการเงิน รวม 12 แห่ง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง, กระทรวงยุติธรรม, กรมส่งเสริมสหกรณ์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด, สมาคมธนาคารไทย, สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารกรุงไทย ว่า การทำ MOU ร่วมกันของทั้ง 13 หน่วยงานและสถาบันการเงินในวันนี้ เป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเป็นการต่อยอดมาจาก “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” และ “มหกรรมการเงินเพื่อครูไทย” ที่มีการช่วยเหลือและปรับโครงสร้างหนี้ให้ครูที่เข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 10,300 ล้านบาท รวมไปถึงการเจรจาลดดอกเบี้ยกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศอีกด้วย
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า การดำเนินงานในปีแรกถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยมีครูจำนวนกว่าหมื่นรายที่ได้รับการช่วยเหลือและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้วิกฤตที่ได้รับมาตรการทางการเงินและการปรับโครงสร้างหนี้เข้าไปช่วยเหลือได้จริง ศธ.ได้ตระหนักถึงความห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนเป็นวาระสำคัญ ซึ่งการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ นับเป็นครั้งแรกที่บูรณาการความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างพันธมิตร
“สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างยั่งยืน จะดึงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานเข้าช่วย เหลือจัดการแก้ไขหนี้ แชร์ข้อมูลร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลหนี้สินครูร่วมกับ เพราะส่วนใหญ่ครูมีหนี้กับหลายสถาบันการเงิน พร้อมกับจะร่วมกันการอบรมให้ความรู้ปลูกฝังวินัยการเงิน พร้อมให้สิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับการชำระหนี้ การกู้ยืม การออม และการลงทุน ซึ่งการได้รับโอกาสความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการบูรณาการแก้ไขร่วมกันที่ยิ่งใหญ่ เพื่อช่วยเหลือให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงอยากเชิญชวนครูที่มีหนี้เข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยหาทางออกและแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับแต่ละราย โดย ศธ. และ 12 หน่วยงานพันธมิตรพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่” น.ส.ตรีนุช กล่าว
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 13 หน่วยงาน จะบูรณาการและประสานความร่วมมือกับ ศธ. ในการจัดกิจกรรมตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเสี่ยงของลูกหนี้ เพื่อช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมให้ SFIs พิจารณาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับลูกหนี้กลุ่มครูผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาวอย่างยั่งยืนตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด, กระทรวงยุติธรรม สนับสนุนข้อมูล ให้คำปรึกษาแนะนำ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอน และมาตรการที่กระทรวงยุติธรรมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั้งก่อนฟ้องคดีและหลังศาลมีคำพิพากษา และสนับสนุนข้อมูล บุคลากร หรือวิทยากร ในการให้ความรู้ คำปรึกษาแนะนำ, กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ดูแล ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม, ธนาคารแห่งประเทศไทย สนับสนุนข้อมูล บุคลากร หรือวิทยากร ในการให้ความรู้ คำปรึกษาแนะนำแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น

