เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (276) 成语故事(二七六)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 一暴十寒 yī pù shí hán (อี พู่ ฉือ หาน) โดย คำว่า 一/ yī (อี) แปลว่า หนึ่ง 暴 pù (พู่) แปลว่า ตากแดด 十 shí (ฉือ) แปลว่า สิบ 寒 hán (หาน) แปลว่า หนาวเย็น เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ตากแดดหนึ่ง หนาวเย็นสิบ ก็คือการเอาต้นไม้ไปตากแสงแดดวันหนึ่ง แล้วปล่อยทิ้งไว้ในร่มที่เย็นยะเยือกสิบวัน ซึ่งการทำเช่นนี้ พืชที่แสนจะทนทานก็จะตายได้ ใช้เปรียบเปรยว่าการกระทำที่ไม่คงที่ ไม่ต่อเนื่อง เป็นคนโลเล เหมือนไม้ปักเลน มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
จีนในยุครัฐศึก 战国 (จ้านกั๋ว) ยุครุ่งเรืองของเหล่านักปราชญ์สำนักต่างๆ ที่ได้โอกาสแสดงองค์ความรู้ความสามารถของสำนักตน โดยการตระเวนไปเผยแผ่ความรู้ของตนยังนครรัฐต่างๆ โดยเฉพาะการนำเสนอองค์ความรู้ด้านการปกครองแก่บรรดาเจ้าผู้ครองนครรัฐทั้งหลาย ที่แตกตัวออกมาจากราชวงศ์โจว
ที่รัฐฉี 齐国/齊國 Qí ɡuó (ฉีกั๋ว) นครรัฐหนึ่งทางภาคตะวันออกของราชวงศ์โจว ซึ่งปัจจุบันคือแถบมณฑลซานตงของจีน รัฐฉีในยุคการปกครองของฉีเซวียนหวาง 齐宣王/齊宣王 Qí Xuān wánɡ นั้น พระองค์เป็นคนที่ปกครองประเทศได้แย่มาก ทำให้ประชาชนเอือมระอาอย่างยิ่ง การเมืองภายในรัฐฉีก็วุ่นวายมาก ข้าราชการคนดีถูกรังแก เหล่ากังฉินได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า สภาพเช่นนี้ทำให้เหล่านักปราชญ์ผู้รู้ทั้งหลายมีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์นี้ยิ่ง

ที่มาภาพ :https://image.baidu.com/search/index?tn
จึงมีนักปราชญ์กลุ่มหนึ่งตั้งคำถามกับเมิ่งจื่อ (เม่งจื๊อ) 孟子 Mènɡzǐ ว่าที่เจ้าเมืองฉีเป็นเช่นนี้ เพราะท่านอบรมมามิใช่หรือ แล้วตอนนี้รัฐฉีมีปัญหา ทำไมท่านไม่ไปตักเตือนท่านเจ้าเมืองเล่า เมิ่งจื่อจึงตอบกลับว่า จริงอยู่เจ้าเมืองฉีคนนี้ ข้าเคยอบรมสั่งสอนมา และตอนนั้นเขาก็เป็นคนดีมีความมุ่งมั่นสูง แต่ตอนนี้เขาเป็นเจ้าเมืองแล้ว การจะไปอบรมตักเตือนเขานั้น ข้าก็เคยทำแล้ว ซึ่งเมื่อตอนที่ข้าอยู่ต่อหน้าเขา คอยดูแลเขา เขาก็มีสติ และบริหารบ้านเมืองได้ดี แต่เมื่อใดที่ข้าออกจากวังไปแล้ว เหล่าขุนนางชั่วก็จะแวดล้อม และชี้นำทางที่ผิดให้กับเขาอีก เช่นนี้แล้ว ข้าจะตักเตือนเขา และอยู่กับเขาตลอดชีวิตได้เช่นไรกัน ในเมื่อตัวเจ้าเมืองไม่มั่นคงในอุดมการณ์ด้วยตนเอง ใครจะไปทำแทนได้ เช่นนี้แล้วข้าจะไปปรับเปลี่ยนนิสัยเจ้าเมืองได้อย่างไร มันก็เหมือนกับกล้าไม้ที่เติบโตได้ดี แต่หากเจ้าเอามันไปตากแสงแดดวันหนึ่ง แล้วปล่อยให้มันอยู่ในร่มไร้แสง และเย็นเฉียบสิบวัน เช่นนี้แล้ว กล้าไม้ก็ตายได้เช่นกัน
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:做事没有恒心,时常中断。
成語比喻:做事沒有恒心,時常中斷。
Chénɡyǔ bǐyù: Zuòshì méiyǒu hénɡxīn,shíchánɡ zhōnɡduàn.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: จั้วฉื้อ เหมยโหย่ว เหิงซิน, ฉือฉาง โจงต้วน
ภาษิตเปรียบว่า ทำอะไรก็มักขาดความต่อเนื่อง ชอบหยุดกลางคัน
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
为了美好的将来,在学习上,你们绝不能一暴十寒,必须手不释卷,才能成功。
為了美好的將來,在學習上,你們絕不能一暴十寒,必須手不釋卷,才能成功。
Wèile měihǎo de jiānɡlái,zài xuéxí shànɡ,nǐmen jué bùnénɡ yī pù shí hán, bìxū shǒubùshì
juàn,cáinénɡ chénɡɡōnɡ.
เว่ยเลอะ เหมยห่าว เตอะ เจียงไหล, จ้าย เสวสี ฉั้ง, หนี่เหมิน เจว๋ ปู้เหนิง อี พู่ ฉือ หาน ปี้ซวี โฉ่วปู้ฉื้อเจวี้ยน, ไฉเหนิง เฉิงกง.
เพื่ออนาคตที่สดใส ในการศึกษานั้น พวกคุณต้องตั้งใจ มือต้องไม่ละจากหนังสือ ไม่อาจเกียจคร้าน และโลเล เช่นนี้แล้วจึงจะประสบความสำเร็จได้

