คณบดีท่องเที่ยวฯ มธบ.เสนอ 4 แนวทาง รับมือไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน
ผศ.ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มเดินมาท่องเที่ยวที่ไทยในไตรมาสแรกจำนวนมาก เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีน แต่เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 กว่า 3 ปี ทำให้ภาคการท่องเที่ยวขาดแคลนแรงงานไม่น้อย จึงเสนอ 4 แนวทางหลักในการแก้ปัญหาแรงงานขาดในช่วงเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่
1.การเพิ่มแรงงานเสริม การรับนักศึกษาฝึกงานแบบสหกิจศึกษา และการฝึกงานแบบปกติเพื่อเสริมทีมพนักงานประจำ โดยเน้นนักศึกษาที่มีทักษะการบริการ และสามารถใช้ทั้งภาษาจีน และภาษาอังกฤษได้ หรือการรับนักศึกษามาทำงานแบบรายวัน สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือระหว่างสัปดาห์แล้วแต่ความต้องการสถานประกอบการ หรือทำงานแบบรายชั่วโมง โดยวิธีการนี้สามารถรับนักศึกษาด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม ระดับปริญญาตรี หรือสายอาชีวศึกษา ขึ้นอยู่กับระดับของสถานประกอบการว่าต้องการทักษะภาษาจีน หรือภาษาอังกฤษระดับใด หากเป็นโรงแรม 4-5 ดาว อาจเน้นความสามารถด้านภาษามากขึ้น การจ้างแบบนี้จะสนับสนุนการฝึกทักษะแก่นักศึกษาในระหว่างเรียน และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย นอกจากนี้ ยังรับผู้เคยมีประสบการณ์ด้านโรงแรม ท่องเที่ยว บริการที่ลาออกไปแล้ว และมีอาชีพอื่น แต่ยังช่วยงานแบบรายวัน หรือรายชั่วโมงเมื่อต้องการ
ผศ.ดร.มณฑกานติกล่าวอีกว่า 2.การอบรมทักษะเพิ่มเติม หรือเพิ่มทักษะใหม่ หลังจากการระบาดของโรคโควิด-19 เกือบ 3 ปี ทำให้พนักงานเก่าอาจลาออก หรือย้ายงาน ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และบริการ จำเป็นจะต้องจัดอบรมทักษะภาษาจีน อบรมความรู้พื้นฐานวัฒนธรรมจีน การสื่อสารที่ถูกต้อง 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการบริการ ควรสื่อสาร และให้ข้อมูลเรื่องการบริการต่างๆ ด้วยภาษาจีนในโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว อย่างครบถ้วน และเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถศึกษาด้วยตนเอง และลดการสอบถามพนักงาน ข้อมูลที่ใช้ประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ และสื่อโซเชียลอื่นๆ ควรถูกต้อง และตรงกับความเป็นจริง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาตามมา และควรเพิ่มการบริการด้วยตัวเองมากขึ้น โดยอาจวางสิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ และใช้ภาษาจีนแบบสั้นๆ หรือสัญญลักษณ์ที่เข้าใจง่ายแทน จะช่วยลดความต้องการผู้ให้บริการได้ พร้อมด้วยการจัดเตรียม และอุปกรณ์ในการบริการต่างๆ ให้พร้อมตามจุดต่างๆ โดยคาดคะเนความต้องการล่วงหน้า เพื่อลดการขอบริการเพิ่มเติมจากพนักงาน
“นอกจากนี้ ควรจัดระบบคิว การกำหนดเส้นทางการเดินเข้า และออก เพื่อลดความสับสน การเดินสวนทาง และลดปัญหาการแซง จะทำให้บริการง่ายขึ้น และไม่ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือจัดแยกโซนหากคาดว่าจะรับนักท่องเที่ยวเป็นกรุ๊ป ขณะเดียวกันในจุดที่มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก เช่น จุดขายบัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง จุดขายคูปองตาม food courts ควรมีล่าม หรือนักศึกษาฝึกงานที่ใช้ภาษาจีนได้ดี มาช่วยเป็นล่ามเสริม และให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยว” ผศ.ดร.มณฑกานติ กล่าว

ผศ.ดร.มณฑกานติกล่าวอีกว่า 4.การใช้เทคโนโลยีมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีมาช่วยด้าน check-in/check-out การตรวจสอบยอดการชำระเงินล่วงหน้า วิธีการชำระเงิน ก็ช่วยลดความต้องการติดต่อผู้ให้บริการในโรงแรมได้ ส่วนในจุดท่องเที่ยว หรือร้านอาหารควรมีระบบ card หรือ QR code มาช่วยในการให้ข้อมูลและการชำระเงิน
ผศ.ดร.มณฑกานติกล่าวต่อว่า การวางแผนการจัดการนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะลดปัญหาการขาดพนักงานแล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายการจ้างงานประจำ และบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาคธุรกิจควรมีการประสานงานกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น เพื่อรับนักศึกษามาฝึกงาน และทำงานแบบรายวัน และรายชั่วโมง โดยมีค่าตอบแทนตามความเหมาะสม ขณะเดียวกันในแต่ละธุรกิจก็ต้องจัดระบบพี่เลี้ยง เพื่อให้เกิดประโยชน์ และให้ความรู้แก่นักเรียนและนักศึกษาด้วย การทำงานแบบนี้จะก่อให้เกิด win-win ทั้ง 2 ฝ่าย และทำให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการได้ในช่วงหลังโรคโควิด-19 ที่ลูกค้าต่างชาติกลับมาแล้ว
“แม้รัฐบาลจะพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน แต่ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ขนส่ง ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ควรเน้นการบริการโดยใช้ระบบ SHA+ ต่อไป โดยจะต้องยึดแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ เช่น มีเจลแอลกอฮอล์ไว้ล้างมือ การใช้ช้อนกลาง หรือเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวใส่แมสก์เมื่ออยู่ในที่ที่อากาศปิด และพนักงานรวมทั้งแรงงานเสริมควรได้รับการฉีดวัคซีนตามข้อกำหนด การช่วยกันดูแลสุขอนามัย และสอดส่องนักท่องเที่ยวผู้มีความเสี่ยงในช่วงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีนยังสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิธีการสื่อสารเรื่องมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม จะช่วยป้องกันนักท่องเที่ยวจากการเจ็บป่วย หรือหากติดแล้วก็จะช่วยจัดการดูแลรักษาให้หายได้เร็ว ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และเดินทางท่องเที่ยวในไทยอย่างมีความสุข ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันพนักงานขององค์กร และชาวไทยให้ปลอดภัยจากการติดเชื้ออีกด้วย” ผศ.ดร.มณฑกานติ กล่าว


