ครม.ไฟเขียวงบกองทุนวิจัยกว่า 3 หมื่นล.ตั้งเป้าดันไทยหลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบกรอบงบประมาณกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 31,100 ล้านบาท ตามที่ สกสว.เสนอ โดยกองทุนจะแบ่งการใช้งบประมาณเป็น 3 ส่วน ตามแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ที่ผ่านมติ ครม.แล้ว คือ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม ภาวะฉุกเฉิน และเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมถึง การพัฒนาความรู้ขั้นแนวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถตอบสนองต่อโอกาส และความท้าทายในอนาคต
“เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) มีมติเห็นควรให้ตั้งคำของบของกองทุนส่งเสริม ววน.เท่ากับกรอบวงเงินดังกล่าวเพื่อสนับสนุนงบให้แก่หน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ 188 หน่วยงาน ก่อนที่ สกสว.จะเสนอคำของบกองทุนฯ ต่อคณะกรรมการพิจารณางบด้านวิทยาศาสตร์ฯ และสำนักงบประมาณต่อไป” รศ.ดร.ปัทมาวดี กล่าว
รศ.ดร.ปัทมาวดีกล่าวอีกว่า สำหรับกรอบวงเงินงบด้าน ววน.ปี 2567 จำนวน 31,100 ล้านบาท จะถูกจัดสรรใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.งบเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ ร้อยละ 60-65 เพื่อสนับสนุนการวิจัยที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของประเทศตามแผนด้าน ววน. และ 2.งบเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน ร้อยละ 35-40 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานตามพันธกิจการพัฒนาประเทศ โดยในปี 2567 จะเพิ่มการขับเคลื่อนผลงานวิจัยตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564 รวมถึง การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผลตอบแทนการลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 เท่า
“ไทยมีเป้าหมายที่จะหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางภายในปี 2580 เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจฐานราก และเลื่อนอันดับดัชนีการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากอันดับที่ 44 มาอยู่ในอันดับที่ 35 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่ร้อยละ 40 ภายในปี พ.ศ.2573 และการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการปรับตัวสู่อนาคต จึงจำเป็นต้องลงทุนด้าน ววน.เพื่อขับเคลื่อน BCG ของประเทศ ยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจดิจิทัล ระบบสุขภาพ อาหารแห่งอนาคต เกษตรมูลค่าสูง ยกระดับรายได้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบรางและโลจิสติกส์ การสร้างการเติบโตในภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจสังคม การพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง การผลิตบัณฑิตทักษะสูง และการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต ขณะที่การแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ หมอกควัน PM2.5 โลกร้อน ทั้งหมดนี้ต้องใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงบลงทุนด้าน ววน.ดังกล่าว โดยไทยมีเป้าหมายการลงทุนด้าน ววน.ต่อ GDP เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.0 ในปี พ.ศ.2580” รศ.ดร.ปัทมาวดี กล่าว

