‘ตรีนุช’ แนะครูสอนประวัติศาสตร์รูปแบบใหม่ งดท่องจำ เน้นให้เด็กรู้คุณค่าความเป็นไทย ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์
วันที่ 18 มกราคม ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนในการเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ “การสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยสำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21″ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน (สพฐ.) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ SPAFA โดยมี นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) คณะวิทยากร คณะทำงาน คณะครู และศึกษานิเทศก์เข้าร่วม ว่า ศธ.และรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก พร้อมมีนโยบายและจุดเน้นการพัฒนาวิชาประวัติศาสตร์ โดยให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่กับการเสริมสร้างวิถีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
“การเรียนการสอนประวัติศาสตร์ในปัจจุบันต้องไม่เป็นการเรียนแบบท่องจำ แต่ต้องส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่าง ๆ ให้ความสำคัญทั้งประวัติศาสตร์ชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้รู้ที่มา รากเหง้า และตัวตนของเรา ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นทุนทางสังคม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของประเทศไทย มองว่าการเรียนประวัติศาสตร์เหมือนกับเราได้มาเรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้สิ่งรอบตัวของเราทั้ง 360 องศา ดิฉันคิดว่า เรามีของดีอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรที่จะสอนประวัติศาสตร์ให้เด็กซึมซับ และฝังในจิตวิญญาณของเด็กได้จริงๆ” น.ส.ตรีนุช กล่าว
น.ส.ตรีนุช จะทำอย่างไร ที่จะทำให้เด็กเห็นที่มาของคุณค่าของไทย ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ไปต่อยอดได้ โดยในปี 2566 นี้ จะเป็นปีแห่งการก้าวไปข้างหน้าร่วมกันของทุกภาคส่วนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์มิติใหม่ ด้วยการดำเนินการส่งเสริมผู้เรียน ให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีความหมายกับชีวิต ให้ทุกคนตระหนักว่า ทุกเรื่องราว ผู้คน เหตุการณ์ สถานที่ มีที่มาที่ไป เหตุในอดีตส่งผล สู่ปัจจุบัน และเป็นปัจจัยสู่อนาคต, ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด พัฒนาคุณลักษณะสำคัญแบบนักประวัติศาสตร์ เน้นให้เรียนรู้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งทางโบราณคดีและมานุษยวิทยา มากกว่าการท่องจำ ,ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย ,ส่งเสริมให้พัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับช่วงวัย ให้เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และส่งเสริมให้บูรณาการความรู้ ร่วมกับศาสตร์แขนงอื่นๆ นำทักษะความรู้ที่ได้ จากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปสร้างมูลค่า เกิดเป็นงานอาชีพ เพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชนให้ดีขึ้นได้
“ครูผู้สอนเป็นหัวใจและกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ครูต้องเป็นผู้เปิดกว้างทางความคิดในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ค้นคว้า และศึกษาอย่างต่อเนื่อง ต้องรู้ความสนใจของผู้เรียน พัฒนาสอนที่หลากหลายให้นักเรียนได้รับความรู้ ความเข้าใจ ประวัติศาสตร์ชาติและท้องถิ่น สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เข้าใจบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และลดข้อผิดพลาดในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ว่า สิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงควบคู่กับการพัฒนาสื่อ วิธีการเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงวิธีการวัดและการประเมินผล ต้องไม่เน้นการประเมินแบบเลือกคำตอบ แต่ควรประเมินกระบวนการสอบ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่มากขึ้น” น.ส.ตรีนุช กล่าว

